Wednesday, October 26, 2011

มงคลชีวิตจากคุณหมอเสม พริ้งพวงแก้ว

มงคลชีวิตจากคุณหมอเสม พริ้งพวงแก้ว

โดย พระไพศาล วิสาโล

 
       ข้าพเจ้าได้ยินกิตติศัพท์ของคุณหมอเสม พริ้งพวงแก้วเป็นครั้งแรกก็ตอนที่ท่านดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข สมัยรัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ ระหว่างปี ๒๕๑๖-๒๑๗ ตอนนั้นท่านและรัฐมนตรีว่าการคือ คุณหมออุดม โปษะกฤษณะ ได้รับคำชื่นชมจากสื่อมวลชนและสาธารณชนอย่างมากทั้งในทางความซื่อสัตย์สุจริต อ่อนน้อมถ่อมตน และสมถะเรียบง่าย อีกทั้งยังมีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ นับเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง 
 
        ตอนนั้นข้าพเจ้ายังเป็นนักเรียนมัธยม ต่อมาเมื่อข้าพเจ้าเรียนจบมหาวิทยาลัย ก็มีโอกาสได้เกี่ยวข้องกับแวดวงของท่านเนื่องจากประมาณปี ๒๕๒๓ ข้าพเจ้าได้ทำงานช่วยเด็กขาดอาหาร ภายใต้โครงการ “แด่น้องผู้หิวโหย” ของกลุ่มประสานงานศาสนาเพื่อสังคม โครงการนี้มีแนวโน้มว่าจะเติบโตไปได้อีกมาก จึงได้แยกออกไปเป็นอิสระแล้วร่วมกับอีก ๒ โครงการจัดตั้งมูลนิธิใหม่ขึ้นมาเป็น “ร่ม” คือมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก โดยมีคุณศรีสว่าง พั่ววงศ์แพทย์ และอาจารย์โคทม อารียา เป็นแกน ส่วนประธานมูลนิธินั้น พวกเราโชคดีทีคุณหมอเสมรับเป็น ทั้ง ๆที่ท่านก็เป็นประธานมูลนิธิเด็กอยู่ก่อนแล้ว

        คุณหมอเสมเป็นผู้ใหญ่ที่พร้อมจะสนับสนุนคนที่ต้องการทำงานเพื่อส่วนรวม ไม่ว่าเขาหรือเธอจะเป็นใครก็ตาม โดยเฉพาะในช่วง ๓๐ ปีที่ผ่านมา มีองค์กรพัฒนาเอกชน(NGO) เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ใครที่ต้องการความสนับสนุนจากท่าน มักจะไม่ผิดหวัง แม้ในหลายต่อหลายกรณีท่านไม่มีเวลาให้มากนัก แต่ท่านก็พร้อมจะให้ชื่อของท่านไป ซึ่งทำให้องค์กรเหล่านั้นเป็นที่ยอมรับมากขึ้น คุณหมอเสมคงตระหนักดีว่าสังคมไทยนั้นให้ความสำคัญอย่างมากแก่ “ผู้ใหญ่”และสายสัมพันธ์กับท่านเหล่านั้น ท่านจึงไม่ขัดข้องที่จะให้ชื่อของท่านหากจะช่วยให้องค์กรเหล่านั้นสามารถทำ งานเพื่อช่วยเหลือสังคมได้สะดวกได้ราบรื่นขึ้น

        เมื่อข้าพเจ้าเข้าสู่เพศบรรพชิต ได้มีโอกาสพบปะคุณหมอเสมตามงานต่าง ๆ อยู่หลายครั้ง แม้ข้าพเจ้ายังเป็นพระผู้น้อยอ่อนพรรษา ท่านก็สนทนาด้วยความใส่ใจและให้ความเมตตา เมื่อได้คุ้นเคยกับท่านมากขึ้น ท่านก็มักมีเรื่องดี ๆ มาเล่าให้ฟัง รวมทั้งแสดงความชื่นชมหรือให้กำลังใจด้วย การได้รู้จักกับท่านเป็นส่วนตัวนั้นนับว่าเป็นมงคลอย่างมาก เพราะทำให้ได้สัมผัสกับความดีที่นำความเย็นใจมาให้ ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่เพียงเปี่ยมด้วยเมตตาต่อผู้น้อยเท่านั้น หากยังถึงพร้อมด้วยมุทิตาจิต กล่าวคือ ชื่นชมยินดีในความสำเร็จของผู้ที่อ่อนเยาว์กว่า เพราะปรารถนาที่จะเห็นคนเหล่านั้นเจริญก้าวหน้ายิ่งกว่าตัวท่านเอง โดยไม่มีความรู้สึกเกียดกันหรืออิจฉาริษยาแต่อย่างใด ท่านเป็นแบบอย่างของผู้ที่มุ่งธรรมเป็นใหญ่ (ธัมมาธิปไตย) ยิ่งกว่าประโยชน์ตน (อัตตาธิปไตย)นอกจากท่านจะเสียสละอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตนแล้ว ยังพร้อมที่จะชื่นชมความดีที่มีในผู้อื่น ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นใครก็ตาม โดยไม่คิดเอาตัวตนของท่านไปเปรียบเทียบหรือพัวพันด้วยเลย จะว่าไปแล้ว ความยึดมั่นในตัวตนของท่านนั้นเบาบางมาก จึงไม่เพียงทำให้ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่อ่อนน้อมถ่อมตน หากยังเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสงบเย็นในใจท่านซึ่งใคร ๆ ย่อมสัมผัสได้

        คุณหมอเสม เป็นผู้ที่มองคนในแง่ดี นั้นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เชื่อได้ว่าใครที่มีโอกาสใกล้ชิดกับท่าน แม้จะไม่นาน นอกจากมีความรู้สึกดีแล้ว ยังมีแรงบันดาลใจที่อยากทำความดีด้วย แต่บางครั้งท่านก็คงอดผิดหวังไม่ได้ที่เห็นคนรุ่นใหม่ที่ดูเหมือนจะมี อุดมคตินั้น แปรเปลี่ยนไป ได้ทราบว่าท่านเสียใจเมื่อได้ทราบว่าอดีตผู้นำนักศึกษาหลายคนที่เคยต่อสู้ เคลื่อนไหวเพื่อความเป็นธรรมในสังคมนั้น กลายมาเป็นนักการเมืองทุจริตที่ทำทุกอย่างเพื่อตนเอง แต่เชื่อว่าท่านจะทำใจได้เพราะผู้ใฝ่ธรรมอย่างท่านย่อมตระหนักดีถึงพระอนิจ จลักษณะ ดังท่านได้พิจารณาธรรมดังกล่าวกับสังขารของท่านอยู่เนือง ๆ

        ข้าพเจ้ารู้สึกโชคดีที่ได้มีโอกาสรู้จักคุณหมอเสม พริ้งพวงแก้ว และถือเป็นมงคลอย่างยิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจากมือ ของท่าน ณ ห้องประชุมรัฐสภาเมื่อปี ๒๕๔๓ โดยที่ความนอบน้อมของท่านในครั้งนั้นทำให้ข้าพเจ้าเกิดความสังวรในจิตสำนึก ว่าจะต้องตั้งมั่นในความดี ชีวิตนี้จักไม่ทำให้ท่านผิดหวังเป็นอันขาด 

******* 
กิ่งธรรมจาก http://www.visalo.org/

No comments:

Post a Comment