Thursday, October 27, 2011

ความชั่วร้ายที่ถูกหลงลืม

ความชั่วร้ายที่ถูกหลงลืม
โดย พระไพศาล วิสาโล


         เราทุกคนเป็นเสมือนระเบิดที่ยังไม่จุดชนวน แต่ก็พร้อมระเบิดใส่ใครต่อใครได้เสมอ อะไรเล่าที่จุดชนวนระเบิดร้ายภายในใจได้หากไม่ใช่ความโกรธเกลียด เมื่อใดที่ความโกรธเกลียดอัดแน่นเต็มหัวใจ มนุษย์เราก็คือระเบิดเคลื่อนที่ ที่ไม่มีเครื่องมือใด ๆ ตรวจจับได้ ระเบิดภายในใจนี้แหละที่ร้ายกาจกว่าระเบิดมือหรือระเบิดใด ๆ ในคลังแสงเสียอีก เป็นเพราะระเบิดภายในใจใช่ไหม เครื่องบินธรรมดาสามัญจึงถูกแปรเป็นอาวุธหฤโหดที่สังหารผู้คนนับหมื่น และเปลี่ยนโฉมหน้าของโลกภายในพริบตา
          เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายกลายเป็นฆาตกรโหดเมื่อถูกความโกรธเกลียดครอบงำใจ ใช่หรือไม่ว่า ผู้ก่อการร้ายสะเทือนโลก ล้วนเคยเป็นเหยื่อของการรุกราน ครอบงำ ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการทหารของประเทศมหาอำนาจ ซึ่งสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจและความแค้นเหลืออดให้แก่เขาเหล่านั้น จนพร้อมพลีชีพด้วยวิธีการอันคลั่งไคล้ไร้สติ จำเพาะคนที่คลั่งไคล้ไร้สติเท่านั้นที่จะสรรเสริญอาชญากรรมดังกล่าว
          แต่มาวันนี้ เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากอาชญากรรมดังกล่าวกำลังจะกลายเป็นฆาตกร พร้อมขนอาวุธแทบทุกชนิดในคลังแสงมาสังหารผู้สมคบก่อวินาศกรรมหฤโหด แต่สงครามนั้นไม่เคยละเว้นชีวิตของผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าเด็กเล็ก ผู้หญิง คนเฒ่า หรือคนพิการ และสงครามอย่างนี้ใช่ไหมที่บ่มเพาะความโกรธเกลียดให้แก่คนเหล่านั้น คนซึ่งถูกแปรให้กลายเป็นระเบิดที่ร้ายแรงกว่าเดิม และพร้อมที่จะทำทุกอย่าง เพื่อเพิ่มอานุภาพการทำลายให้รุนแรงเป็นทวีตรีคูณ แม้จะต้องพกพาระเบิดมรณะเพื่อปลิดชีพผู้อื่นพร้อม ๆ กับตนเองก็ตาม
          การสังหารผู้บริสุทธิ์กำลังถูกตอบโต้ด้วยการสังหารผู้บริสุทธิ์ ความชั่วร้ายกำลังถูกตอบโต้ด้วยความชั่วร้าย ต่างกันเพียงแค่ว่า ความชั่วร้ายอย่างแรกถูกประนามว่าอนารยะป่าเถื่อน ส่วนความชั่วร้ายอย่างหลังทำภายใต้กฎบัตรที่ถือว่าอารยะ

                                                  (ภาพ-Pawel Kopczynski/Reuters)

          สงครามที่กำลังเกิดขึ้นในวันนี้วันพรุ่ง ถูกประกาศว่าเป็นวิถีทางอันอารยะ เพราะมุ่งขจัดความชั่วร้ายให้หมดไปจากโลก แต่เราลืมไปแล้วหรือว่า ขบวนการก่อการร้ายของบินลาเดนก็ตั้งขึ้นด้วยภารกิจเดียวกัน นั่นคือขจัดความชั่วร้ายให้หมดไปจากแผ่นดินของพระเจ้า และถ้าวินาศกรรมที่นิวยอร์คและวอชิงตัน เกิดขึ้นเพราะต้องการขจัดความชั่วร้าย เราจะยอมรับว่าการกระทำนั้นเป็นอารยะได้หรือไม่
          การกระทำใด ๆ จะเป็นอารยะได้หรือไม่ มิได้อยู่ที่จุดมุ่งหมายอันสูงส่งเท่านั้น ที่สำคัญไม่น้อยกว่ากันก็คือ วิธีการ ถึงจะมีจุดหมายอันยิ่งใหญ่ แต่วิธีการโหดเหี้ยมป่าเถื่อน ย่อมไม่อาจเรียกว่าเป็นอารยะได้
          แต่ความชั่วร้ายนั้นมักแฝงตัวมาในนามของอารยะเสมอ กี่ครั้งแล้วที่มันประกาศจุดหมายอันสูงส่ง เพื่อพระเจ้า เพื่อเสรีภาพ เพื่ออารยธรรมโลก หรือเพื่อชาติศาสน์กษัตริย์ (ดังกรณี ๖ ตุลา) แต่ผลสุดท้าย ความชั่วร้ายกลับเกลื่อนกล่นและมีชัย ทั้งนี้เพราะผู้คนพากันใช้วิธีการอันชั่วร้าย ใช่หรือไม่ว่าฮิตเลอร์ สตาลิน และพอลพต ต่างก็ประกาศขจัดความชั่วร้ายออกไปจากแผ่นดิน เพื่อให้มนุษยชาติมีเผ่าพันธุ์บริสุทธิ์ เพื่อให้ประเทศชาติปลอดพ้นจากการกดขี่ขูดรีด แต่ผลลัพธ์คืออะไร
          น่าแปลกไหมว่ายิ่งพยายามขจัดความชั่วร้ายออกไปเท่าไร ความชั่วร้ายกลับเพิ่มพูนขึ้น
          ความชั่วร้ายเพิ่มพูนขึ้น เพราะเรายอมให้ความโกรธเกลียดครอบงำจิต ซ้ำกลับทนุถนอมบ่มเพาะให้มันงอกงาม การอนุญาตให้ตนเองใช้วิธีการอันชั่วร้ายใด ๆ ก็ได้ตราบใดที่มีจุดหมายสูงส่ง แท้ที่จริงก็คือการเปิดทางให้ความโกรธเกลียดเถลิงอำนาจกลางใจเรา จากนั้นเองความชั่วร้ายก็จะกลายพันธุ์เป็นนโยบายโครงสร้าง และระบบนานาชนิดที่ตอกย้ำซ้ำผลิตความชั่วร้ายให้แพร่ไปไกลขึ้น
          การไล่ล่าหาคนชั่วร้าย โดยไม่เคยหวนมาดูว่าความชั่วร้ายครองใจเราหรือไม่ ในที่สุดแล้วย่อมทำให้เรากลายเป็นคนชั่วร้ายไปอีกคนหนึ่ง การขจัดตัวบุคคลนั้น ไม่มีวันขจัดความชั่วร้ายให้หมดไปได้ เพราะลึกลงไปกว่านั้นมันยังอยู่ในใจของผู้คนอีกมากมาย และเหนือขึ้นไปกว่านั้นมันยังแผ่ซ่านเป็นเนื้อเดียวกับนโยบาย โครงสร้าง และระบบนานาชนิดที่ครอบงำกำหนดชีวิต จิตใจและพฤติกรรมของผู้คนเอาไว้
          บินลาเดนไม่มีวันอยู่ค้ำฟ้า ไม่วันใดวันหนึ่งเขาก็ต้องไปจากโลกนี้ จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม แต่ลัทธิก่อการร้ายจะไม่มีวันหมดไป ตราบใดที่ ระเบียบโลก และโครงสร้างความสัมพันธ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ที่กำหนดโดยประเทศมหาอำนาจ ยังคงบ่มเพาะความโกรธเกลียดในใจของผู้คนอย่างไม่หยุดยั้ง และผลักดันให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ พร้อมจะจุดชนวนระเบิด ทั้งในใจ และที่ติดกับตัว เพื่อตอบโต้มหาอำนาจ
          ไม่ว่าจะทุ่มเงินไปกี่แสนล้าน คนจะตายไปกี่แสนคน ตราบใดที่ยังมุ่งใช้สงคราม การประหาร และวิธีการอันเลวร้ายต่าง ๆ เป็นทางออก โดยปล่อยให้ความโกรธเกลียดเฟื่องฟูใจ ความชั่วร้ายจะไม่มีวันหมดไปจากโลกได้เลย เป็นแต่ว่า ความชั่วร้ายของฝ่ายใดเท่านั้น ที่จะมีชัยชนะเหนือซากศพของผู้บริสุทธิ์
*******

กิ่งธรรมจาก http://www.buddhadasa.org


No comments:

Post a Comment