Wednesday, November 23, 2011

ศิลปะสำหรับการมีชีวิตอยู่ในโลก ตอนที่ ๗

ศิลปะสำหรับการมีชีวิตอยู่ในโลก ตอนที่ ๗
โดยพุทธทาสภิกขุ


          เรื่องครอบครัว.
          เอ้า, ทีนี้ก็จะพูดต่อไปถึงเรื่องที่ ๓ คือเรื่องครอบครัว แม้ว่าเวลามันจะหมดอยู่แล้วก็ต้องขอพูดให้จบ ไม่ให้มันค้างเติ่ง. มีความรู้มีศิลปะแห่งการครองชีวิต, หรือดำรงชีวิตอยู่ในโลกเกี่ยวกับความมีครอบครัว.
          บางคนอาจจะคิดว่า เชื่อไม่ได้ เพราะอาตมาไม่เคยมีครอบครัว บางคนจะคิดอย่างนี้. แต่นี้ก็จะพูดไปตามที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาจากพระธรรมคำสอน หรือจากการสังเกต สังกาอะไรก็ได้. จะพูดในเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวว่า ชีวิตฆราวาสโดยเฉพาะ มันก็ต้องมีครอบครัว, ต้องเป็นอยู่อย่างมีครอบครัว. ฉะนั้นต้องมีการประพฤติกระทำอย่างถูกต้อง ถึงขนาดเป็นศิลปะเกี่ยวกับการมีครอบครัว ของฆราวาสทั้งหลาย.
          เมื่อพูดถึงครอบครัว มันก็ต้องตั้งต้นไปตั้งแต่เรื่องที่มันเกี่ยวข้องกันว่า ทำไมต้องมีครอบครัว? มันเป็นเรื่องของธรรมชาติ, หรือเป็นเรื่องของพระเป็นเจ้าอันสูงสุดที่ต้องการให้มนุษย์มีการสืบพันธุ์ เพื่อไม่ให้สูญพันธ์. ฉะนั้นจึงฝังความรู้สึกที่จะสืบพันธุ์นี้ลงไว้ในร่างกายของคนทั้งผู้หญิง ทั้งผู้ชาย, มีต่อมแกลนด์ประเภทหนึ่งซึ่งสร้างความรู้สึกเพื่อการสืบพันธุ์ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย. ความรู้สึกอันนี้มันรุนแรงมาก ทำให้เกิดการสมรส เกิดการแต่งงาน เกิดการมีบุตร มันเป็นเรื่องของครอบครัวขึ้นมา. ฉะนั้นเราจะต้องมีการสืบพันธุ์,มีการสมรสเพื่อการสืบพันธุ์และมีบุตร มีการอบรมบุตรหลานด้วย อย่างถูกต้อง.
          เดี๋ยวนี้เราไม่รู้ว่า ความลับของธรรมชาติมันมีอยู่อย่างนี้; เราเอาตามความรู้สึกของเราเราก็ถูกธรรมชาติหลอกเต็มสุดเหวี่ยงเลย, หรือถูกพระเป็นเจ้าหลอกเต็มสุดเหวี่ยงเลย. พูดแล้วมันหยาบคายว่า พระเป็นเจ้าก็ยังหลอก คือหลอกให้มนุษย์มีการสืบพันธุ์ด้วยความสมัครใจ. ทนรับความยาก ความลำบาก ความสกปรก ความเหน็ดเหนื่อย เกี่ยวกับการสืบพันธุ์ได้อย่างน่าชื่นตาบาน. นี้มันคนโง่ ไม่รู้เรื่องอันจริงแท้ของธรรมชาติ ว่าการสืบพันธุ์นั้นคืออะไร.
          การสืบพันธุ์คือความประสงค์ของพระเจ้าหรือของธรรมชาติ ต้องการให้ไม่สูญพันธุ์, ต้องการสืบพันธุ์ ทีนี้มันเป็นเรื่องเหน็ดเหนื่อย เรื่องยากลำบาก เรื่องสกปรก เขาก็ต้องให้ค่าจ้างอย่างสูงสุดมา คือความสุขสนุกสนานเอร็ดอร่อยเกี่ยวกับเพศ. นี้เราก็ไปรับค่าจ้างนั้นเข้า, เราก็เป็นลูกจ้างทำการสืบพันธุ์ เห็นแก่ค่าจ้าง อย่างนี้ไม่ใช่มนุษย์ที่มีปัญญา. มันต้องรู้ว่า นั้นมันเป็นค่าจ้างของธรรมชาติ เราอย่างไปหลงเลย, เราอย่าไปหลงในค่าจ้าง ที่เขาหลอกฉาบหน้าไว้นั้น. เรารู้จักความประสงค์อันแท้จริงของพระเจ้าของธรรมชาติเสียดีกว่า. อย่าไปหลงในค่าจ้างที่เขาจ้างให้สืบพันธุ์; มารู้สึกเสียเองว่ามันเป็นหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตต้องสืบพันธุ์, แล้วก็สืบพันธุ์ด้วยสติสัมปชัญญะ
          อาตมาพูดได้เพียงเท่านี้ว่า กิจกรรมระหว่างเพศนั้นขอให้ทำด้วยสติสัมปชัญญะ. มีคนหวังร้ายปากสกปรกเลวทรามเขาพูดว่า อาตมาสอนว่าให้สืบพันธุ์ด้วยจิตว่าง. นี้ขอประกาศเดี๋ยวนี้ว่าไม่ได้พูดดอก, ไม่ได้พูดว่าประกอบกิจกรรมระหว่างเพศด้วยจิตว่าง, ไม่ได้พูด; แต่พูดว่า ให้ประกอบกิจกรรมระหว่างเพศด้วยสติสัมปชัญญะ, ว่าอะไรเป็นอะไร. อย่าให้มากไปด้วยความมึนเมารสอารมณ์ทางเพศแก่กล้า; อย่างนั้นมันไม่น่าดู มันไม่งดงาม. ถ้างดงามก็ทำด้วยสติสัมปชัญญะ, รู้หน้าที่ของมนุษย์ตามความประสงค์ของธรรมชาติ หรือของพระเป็นเจ้าก็แล้วแต่เราจะเรียก. ถ้าว่าทำด้วยการรับจ้างแล้ว มันก็เป็นเรื่องของกิเลส โง่เขลา มันน่าละอาย.
          ทีนี้จะไกลไปกว่านั้น ก็ว่า ทำไมจะต้องสืบพันธุ์? เพราะว่ามนุษย์เกิดมานี้ เพื่อวิวัฒนาการให้ถึงระดับสูงสุดคือนิพพาน. ท่านจะยอมรับหรือไม่ยอมรับข้อนี้; แต่อาตมาก็ต้องพูดตามหลักเกณฑ์ของพระธรรมว่า ชีวิตเวียนว่ายตายเกิดไปนี้ มันเพื่อไปสู่จุดหมายปลายทางคือนิพพาน. นี้พระนิพพานมันต้องเรียกว่ายากกว่าไกลอยู่ข้างหน้า. ฉะนั้นคนคนนี้มันตายเสียก่อนไม่ได้ถึงนิพพาน แต่เขาจะสืบพันธุ์ไว้เป็นลูกเป็นหลานสำหรับช่วยเดินต่อไป, เดินต่อไปจนถึงนิพพานได้ จนกว่าเรียกว่ามนุษย์ไปถึงนิพพานได้เพราะการรับช่วงของลูกของหลาน.
          เพราะฉะนั้นเราจะถือเป็นหลักว่า การสืบพันธุ์นั้นเป็นมรดกแห่งการเดินทางไปนิพพาน. การสืบพันธุ์มีลูกมีหลานนี้เป็นการรับมรดกแห่งการเดินทางเพื่อไปนิพพาน; อย่างนี้มันเป็นเรื่องสะอาด มันไม่สกปรก มันไม่น่ารังเกียจอะไร. ถ้าสืบพันธุ์เพื่อรับจ้างกามารมณ์เป็นกามารมณ์แล้วมันสกปรกมันน่าเกลียด มันน่าชัง มันไม่เป็นศิลปะ. เรามีสืบพันธุ์ด้วยความรู้สึกสำนึกในหน้าที่ ไม่ทำด้วยความโง่ความหลง, แต่ทำด้วยสติสัมปชัญญะ ให้มีการสืบพันธุ์ เพื่อว่าคนเหล่านั้นจะได้เดินทางต่อไป จนมนุษย์ถึงนิพพานเข้าในวันหนึ่ง.
          การมีครอบครัวมันก็เลยมีเพื่อรับมรดกนิพพาน; ฉะนั้นจะต้องมีการสมรสหรือการแต่งงานที่ถูกต้อง ที่ดี ที่ประกอบไปด้วยธรรมะ. อย่าทำไปด้วยกิเลสตัณหา. เดี๋ยวนี้คนรักกันแต่งงานกัน สมรสกัน ด้วยกิเลสตัณหา; มันก็ได้หย่ากันหัวเดือนท้ายเดือน หัวปีท้ายปี; สมน้ำหน้ามันที่มันอยากโง่ สมรสแต่งงานกันด้วยกิเลสตัณหา. แต่ถ้าทำด้วยสติปัญญา ก็อยู่กันจนตายไม่ต้องหย่ากัน, มันยิ่งพอใจในการได้ทำหน้าที่ของมนุษย์เกี่ยวกับการสืบพันธุ์ เพื่อมีการรับมรดกแห่งการเดินทางไปนิพพาน.
          ฉะนั้นมีการสมรสแต่งงานที่ประกอบไปด้วยธรรมะ, มีบุตรและมีการอบรมบุตรที่ประกอบไปด้วยธรรม, ไม่มีอาชญากรรมหรือโรคภัยไข้เจ็บเกี่ยวกับเรื่องการสืบพันธุ์, เหมือนที่เขากำลังเป็นอยู่ในโลกเวลานี้. เราพุทธบริษัทไม่มีเรื่องเสียหายไม่มีอาชญากรรม ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บอันเกี่ยวกับการสืบพันธุ์อย่างโง่เขลา ด้วยกิเลสตัณหา.
          นี่คือศิลปะแห่งการมีครอบครัว ถูกต้องไปตั้งแต่แรก คือความมุ่งหมายที่ต้องมีการสืบพันธุ์ มีการสมรส มีการแต่งงานการมีบุตร การอบรมบุตร ให้สำเร็จประโยชน์ตามความหมายของความเป็นมนุษย์. นี้เรียกว่าดำรงชีวิตในโลกอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการมีครอบครัว.
*******
กิ่งธรรมจาก http://www.buddhadasa.org

No comments:

Post a Comment