Thursday, November 24, 2011

ความรู้สึกว่ามีตัวตน เป็นต้นเหตุแห่งทุกข์

ความรู้สึกว่ามีตัวตน เป็นต้นเหตุแห่งทุกข์
 โดยพุทธทาสภิกขุ


         วรจะมองเห็นหัวใจของพระพุทธศาสนาในลักษณะอย่างนี้ แล้วพยายามเข้าถึงหัวใจของพระพุทธศาสนานี้กันจงทุกคน; รู้จักสังเกตให้ดี ว่าเมื่อจิตใจเกลี้ยงเกลาไปจากความรู้สึกว่ามีตัวตนนั้น มันไม่หนักอะไร; มันจะหนักอะไรได้ มันจะถืออะไรได้ มันจะไม่เกิดการได้การเสีย การแพ้การชนะ การเอาเปรียบการได้เปรียบ การมีกำไร การขาดทุนใด ๆ เพราะว่ามันไม่มีตัวตน, จนกระทั่งว่ามันไม่มีตัวตนที่จะไปเกิดชาติใหม่ เพราะเดี๋ยวนี้ที่นี่มันก็ไม่มีตัวตนเสียแล้ว.
          แต่ก็มีคำสอนอีกประเภทหนึ่ง ไว้สอนสำหรับผู้ที่ยังมีตัวตน นับตั้งแต่ระดับลูกเด็ก ๆ ขึ้นมา, เขายังต้องมีตัวตน เขาไม่ อาจจะเข้าใจความไม่มีตัวตน ก็ต้องสอนกันไปก่อน เพื่อให้มีตัวตนที่สูงขึ้น ๆ, ให้เกิดความรู้สึกที่เป็นตัวตนตามสัญชาตญาณนั้น เดินไปในทางที่ถูกต้อง คือเป็นโพธิ เป็นตัวตนที่ถูกต้อง, อย่าให้มาเป็นตัวตนของกิเลส ซึ่งจะเป็นมิจฉาทิฏฐิ แล้วจะเพิ่มความทุกข์ให้มากขึ้น,
          รู้จักแยกทางกันที่ตรงนี้ คืออย่าให้สัญชาตญาณตามธรรมชาติพื้นฐานนั้น เจริญรุ่งเรืองเกินขอบเขตจนเป็นกิเลส คือความเห็นแก่ตน; แต่ให้ไปในทางตรงกันข้าม คือเป็นโพธิ, โพธิปัญญา รู้ว่าไม่มีตน มีแต่ธาตุตามธรรมชาติ : จะเรียกว่าอายตนะ จะเรียกว่า ขันธ์ จะเรียกว่า สุข จะเรียกว่า ทุกข์ จะเรียกว่าอะไรก็สุดแท้ ล้วนแต่มิใช่ตัวตน จิตมันก็ว่างจากความรู้สึกว่ามีตัวตน, ชีวิตก็ได้รับผลแห่งความไม่มีตัวตน.
          นี่แหละเป็นเรื่องดับทุกข์ ตามวิถีทางของพระพุทธศาสนา ตัดต้นเหตุแห่งความทุกข์เสีย, ต้นเหตุแห่งความทุกข์ก็คือความรู้สึกว่ามีตัวตน, เกิดความรู้สึกว่ามีตัวตนเมื่อไร ก็จะมีความทุกข์เมื่อนั้น. ขอให้สังเกตดูให้ดี ๆ ให้ละเอียดประณีตที่สุดว่า ในชีวิตของเราแต่ละวัน ๆ : เมื่อไร ความรู้สึกว่าตัวตนมีตัวตนเกิดขึ้นในจิตแล้ว ก็ร้อนด้วยโลภะบ้าง โทสะบ้าง โมหะบ้าง, หรือว่าด้วยความรักบ้าง ความโกรธบ้าง ความเกลียดบ้าง ความกลัวบ้าง ความวิตกกังวลบ้าง ความอาลัยอาวรณ์บ้าง ความอิจฉาริษยาบ้าง ความหวงความหึงบ้าง, มันก็มีเป็นทุกข์เป็นไฟขึ้นมา. แต่แล้วมันก็มีระยะที่มันมิได้เกิด มันมิได้เกิด คือมันมิได้มีการปรุงแต่งเป็นตัวตน ชนิดนี้, ระยะนั้นก็สงบเย็นหรือมันว่าง มันว่างจากตัวตนมีความว่างจากตัวตน ก็มีความหมายเป็นนิพพาน คือเป็นความเย็น.
          ขอให้สังเกตดูให้ดี ๆ ว่าเรามีเวลาที่ว่างจากตัวตน ว่างจากกิเลส มีอยู่ไม่น้อย; ถ้ามันไม่มีเลย ๒๔ ชั่วโมงมีแต่กิเลส หรือตัวตนแล้ว มันก็ตาย; ภายในไม่เท่าไรดอกก็จะเป็นโรคประสาท จะเป็นบ้า แล้วมันก็จะตาย. เดี๋ยวนี้ธรรมชาติได้จัดมาให้ เป็นอย่างดี ว่ามีระยะที่ว่างจากตัวตน เพราะว่ามันหยุดคิดหยุดนึกก็ได้; เช่นหลับไปเสียก็ได้, หรือว่าตื่นอยู่ แต่มีความรู้มี สติปัญญา ควบคุมไม่ให้เกิดความรู้สึกที่เป็นตัวตนก็ได้ หรือว่าตามธรรมชาติธรรมดามันก็ว่างจากตัวตนอยู่แล้ว.

*******
กิ่งธรรมจาก  http://www.buddhadasa.org

No comments:

Post a Comment