Wednesday, November 9, 2011

ความสุขที่แท้จริงมาจากความพอใจที่ถูกต้อง

ความสุขที่แท้จริงมาจากความพอใจที่ถูกต้อง
ท่านพุทธทาสภิกขุ
จากหนังสือเรื่อง “งานเป็นผล คนเป็นรูป” 


    ความสุขที่แท้ จริง หมายถึงความสุขที่ไม่หลอกลวง  ความสุขที่หลอกลวงเป็นของกิเลสของความโง่ ถ้ามีความโง่ก็ต้องไปหลงเอาของที่ ไม่ใช่ความสุขมาเป็นความสุขเสมอ เขาเรียกกันมาแต่โบราณว่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัวมีอยู่เป็นอันมากนะ คนที่เห็นกงจักรเป็นดอกบัว แล้วก็ วินาศทุกคนเลย ถ้าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว ไปเอาสิ่งที่มิใช่ความสุขมาเป็นความสุข ก็ลุ่มหลงหนักเข้าๆ มันก็เป็นเหยื่อของกิเลสตัณหาเหล่านั้น จนหมดเนื้อหมดตัว เป็นข้าราชการก็ต้องคดโกง ต้องคอร์รัปชั่น ไม่เท่าไรก็ต้องได้รับผลของความคดโกง นี่ก็เรียกว่า เห็นกงจักรเป็นดอกบัว อย่างนี้

         ทีนี้เราไม่เป็นอย่างนั้น รู้จักว่าการงานนั่นน่ะคือธรรมะสิ่งสูงสุด แม้พระพุทธเจ้าก็ทรงเคารพธรรมะนี้เราก็พอใจ เคารพธรรมะมันก็เป็น ความพอใจที่บริสุทธิ์ มันจึงเป็นความสุขที่บริสุทธิ์ คือความสุขที่แท้จริง อย่าเอาไปเปรียบกับความสุขในสถานเริงรมย์ กินเหล้าเมายา ความสุขทางสถานเริงรมย์นั้น มันไม่ใช่ความสุขในทางธรรมะ เขาเรียกว่าความเพลิดเพลิน คำว่าความเพลิดเพลินนั้น เป็นคนละอย่างกับ ความสุข ความสุขนั้นมันชวนไปในทางที่สงบเย็น ความเพลิดเพลินมันก็ชวนไปในทางหลงใหล เตลิดเปิดเปิง ในที่สุดก็ไปสู่ความร้อน

         ฉะนั้น ความสุขที่แท้จริง ต้องมาจากความพอใจที่แท้จริง ความพอใจที่แท้จริงก็ต้องมาจากการทำหน้าที่ที่ถูกต้องและแท้จริง ฉะนั้นก็เลือกสรรหน้าที่ให้ถูกต้องๆ ๆ แล้วก็ทำ ทำอย่างถูกต้อง ก็ได้รับความพอใจอย่างถูกต้อง ก็มีความสุขอย่างถูกต้องและแท้จริง คือมันไม่ทำอันตรายใคร มันเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายและทุกคน นี้เรียกว่าถูกต้อง ทีนี้ถูกต้องแล้วก็พอใจสิ ฉะนั้นเราต้องมีสติ สติกำหนด ให้ละเอียด ละเอียดทั่วถึงว่ามันถูกต้อง มันถูกต้อง คืออย่างนี้คือถูกต้อง ทำงานนี้คือถูกต้อง เมื่อถูกต้องก็พอใจ จำคำ 2 คำว่า ถูกต้องและพอใจ ต้องทำให้มันเกิดอยู่เสมอ ถูกต้องและพอใจ ลุกขึ้นไปทำงานสิ่งนี้ก็ต้องด้วยความรู้สึกว่าถูกต้องแล้ว ควรทำแล้ว ทำเสร็จแล้ว ถูกต้อง แล้วก็พอใจ ไปเสียทุกอย่างทุกชนิดของหน้าที่การงาน แม้แต่จะกลับบ้าน ก็ถูกต้องและพอใจ มากินอาหารก็ถูกต้อง และพอใจ เพราะว่าเราเป็นมนุษย์ต้องกินอาหารอย่างถูกต้อง ถ้ากินไม่ถูกต้องมันเป็นโทษ ฉะนั้นต้องกินให้มันถูกต้องแล้วก็พอใจ ไปอาบน้ำก็ ถูกต้องและพอใจ ถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะ ก็ต้องด้วยสติทำให้ถูกต้องและพอใจ จะกวาดบ้านถูบ้าน ล้างจานบ้าง ถ้าจะช่วยทำก็ถูกต้อง และพอใจนี่อย่างนี้  ไปล้างจานไปช่วยแม่ครัวล้างจาน ก็ถูกต้องและพอใจ ถ้ามันมีความถูกต้องและพอใจเกิดขึ้นแล้ว เป็นความสุขที่ถูกต้อง ที่ควรจะพอใจ แล้วก็พอใจแล้วก็เป็นความสุข

          สรุปความได้ว่า ความสุขที่แท้จริงนั้น มันมาจากการทำการงานที่ถูกต้องและแท้จริง จงทำการงานให้ถูกต้อง และให้แท้จริงทุกการงาน ที่ทำ ตื่นขึ้นมาทำอะไรไล่ไปดูเถอะ ตื่นขึ้นมารู้สึกว่า โอ้ ถูกต้องแล้ว นอนคืนหนึ่งนี้ถูกต้องแล้ว พักผ่อนถูกต้อง แล้วก็พอใจ ไปล้างหน้าก็มีสติ ว่า เอ้อ มันถูกต้องแล้วที่ต้องล้างหน้า แล้วก็พอใจ ไปห้องน้ำ ก็ทุกอย่างในห้องน้ำก็ถูกต้องและพอใจ ไปรับประทานอาหาร ก็ทุกอย่างถูกต้อง และพอใจ เตรียมตัวไปทำงาน ถูกต้องและพอใจ เดินทางไปทำงาน ถ้าต้องเดินไปด้วยเท้า ก็ทุกฝีก้าวถูกต้องและพอใจ ถูกต้องและพอใจ ทุกก้าวเท้าที่ย่างไปทำงาน ถ้าไปด้วยยานพาหนะ ก็ถูกต้องและพอใจ ไปถึงออฟฟิศแล้วก็ลงมือทำงาน ก็ถูกต้องและพอใจ

           เมื่อรู้สึกว่าถูกต้องและพอใจนั่นคือสวรรค์
         นี่ อยู่ด้วยความรู้สึกว่าถูกต้องและพอใจจนกว่าจะหลับ จนกว่าจะถึงเวลาค่ำพักผ่อนและนอนหลับ ก่อนแต่จะนอนหลับ ก็มาใคร่ครวญดูว่า โอ้ ตั้งแต่เช้ามาจนบัดนี้ก็ถูกต้องและพอใจ แล้วก็ยกมือไหว้ตัวเองได้ นั่นน่ะคือสวรรค์ ขอบอกให้ทุกคนที่ไม่เคยรู้ว่า สวรรค์ที่แท้จริงนั้น คือเมื่อยกมือไหว้ตัวเองได้ มองเห็นแต่ความถูกต้องของตัวเองจนยกมือไหว้ตัวเองได้นั่นคือสวรรค์ที่แท้ จริง ไม่ใช่สวรรค์หลอกๆอย่างที่ เขาหลอกให้หลงให้เมาสวรรค์กันนั้น นั้นสวรรค์หลอก สวรรค์ที่แท้จริง อยู่ที่นี่ตรงนี้ เมื่อรู้สึกว่าถูกต้องพอใจยกมือไหว้ตัวเองได้ เมื่อไรเป็นสวรรค์ที่นั้น เมื่อนั้นและถูกต้องแท้จริง สวรรค์ที่ถูกต้องและแท้จริงคือสวรรค์อย่างนี้คือการยกมือไหว้ตัวเองได้ ทีนี้สวรรค์อื่นๆ สวรรค์อย่างอื่น ถ้ามีที่เขาพูดๆ กันน่ะ จะมีอยู่อีกกี่สวรรค์ มันก็ขึ้นอยู่กับสวรรค์นี้ทั้งนั้น มันต้องมีสวรรค์อย่างนี้ แล้วมันจึงจะไปสวรรค์อย่างนั้นได้ จะต้องมีการถูกต้องจนพอใจแล้วจึงจะตายแล้วไปสวรรค์กี่ชนิดๆที่มันจะมี ถ้ามันจะมีมันก็ได้แหละ แต่ขอให้ได้สวรรค์ที่นี่กันเดี๋ยวนี้เสียก่อนเถิด
แล้วถ้าเป็นนรกก็คือเมื่อเกลียดตัวเอง เมื่อชังน้ำหน้าตัวเอง ใครก็ตามแหละทำอะไรชนิดที่มันมองดูแล้วมันเกลียดตัวเอง นับถือตัวเองไม่ได้ เคารพตัวเองไม่ได้ นั่นน่ะคือนรก ฉะนั้น นรกคือความรู้สึกเกลียดชังตัวเอง สวรรค์คือความรู้สึกพอใจตัวเอง พอใจจนยกมือไว้ตัวเองได้ ก็เรียกว่าสวรรค์แท้จริง แท้จริง เมื่อเกลียดน้ำหน้าตัวเองคือนรกที่แท้จริง เมืองนรกที่แท้จริง มองดูตัวเองแล้ว ไม่มีทางที่จะนับถือบูชาอย่างไร มีแต่เกลียด มีแต่ชัง มีแต่อิดหนาระอาใจ นั่นน่ะคือนรกที่แท้จริง ที่นั่นแล้วเดี๋ยวนั้น

        ฉะนั้น เราจงทำให้ทุกอย่างมันถูกต้องๆ ถูกต้องทุกอิริยาบถ ทุกนาที ทุกเวลา ทุกที่ ทุกหนทุกแห่งแหละ แล้วก็อยู่ด้วยความพอใจชนิดนี้ ยกมือไหว้ตัวเองได้อยู่ในจิตใจไม่ต้องทำท่ายกมือไหว้ก็ได้ แต่ในจิตใจน่ะมันยกมือไหว้ตัวเองได้ นี่คือสวรรค์ที่แท้จริง เป็นความสุขที่แท้จริง ตลอดวันตลอดคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพุทธบริษัทที่มี ความเป็นพุทธบริษัทที่ถูกต้อง เดี๋ยวนี้ไม่เป็นพุทธบริษัทกันดอก มันเพียงแต่จดทะเบียน เกิดมาจากพ่อแม่ที่เป็นพุทธบริษัท แล้วก็ไม่รู้ธรรมะ ไม่รู้พุทธศาสนา ไม่เป็นพุทธบริษัทจำนวนมากมาย ที่ศาสนาอื่นเขามาซื้อตัวไปได้ ก็ซื้อไปได้แต่คนที่ยังไม่เป็นพุทธบริษัท ถ้าเป็นพุทธบริษัท รู้ความเป็นพุทธบริษัทแล้วไม่มีใครมาซื้อตัวไปได้ดอก ฉะนั้นเราไม่กลัวที่ว่าใคร จะมาแย่งพุทธบริษัท มันแย่งไปได้แต่คนที่มิใช่พุทธบริษัทยังไม่เป็นพุทธบริษัท นั้นน่ะมันแย่งไปได้ด้วยเงิน ด้วยประโยชน์ ด้วยอะไรต่างๆ นี่เราเป็นพุทธบริษัทแล้ว มีความรู้ถูกต้องในความเป็นพุทธบริษัทแล้ว จะพอใจธรรมะ จะบูชาธรรมะ จะเคารพธรรมะ ในฐานะเป็นสิ่งสูงสุด ที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ก็บูชาธรรมะ นี่เราบูชาธรรมะ ก็คือบูชาหน้าที่ คือบูชาการงานที่จะต้องทำ อย่าให้บกพร่องได้ เป็นเด็กยุวชน ที่ทำหน้าที่ของยุวชน เป็นคนหนุ่มสาวก็ทำหน้าที่ที่ถูกต้องของคนหนุ่มสาว เป็นพ่อบ้านแม่เรือนก็ทำหน้าที่ที่ถูกต้องของพ่อบ้านแม่เรือน หน้าที่ของคนเฒ่าคนแก่ก็มีอย่างถูกต้องๆ ไปทั้งนั้นตลอดชีวิต เรียกว่า มีธรรมะกันตลอดชีวิตก็พอใจที่แท้จริงตลอดชีวิต มีความสุขที่แท้จริงตลอดชีวิต

        สรุปความข้อนี้ก็คือว่า ให้ทุกคนรู้ว่าสวรรค์ที่แท้จริงนั้นคืออย่างนี้ นรกที่แท้จริงคืออย่างนี้ ประยุกต์กันอีกคำหนึ่ง อีกความหมายหนึ่งก็ว่า ถ้าเป็นความสุขที่แท้จริงไม่ต้องใช้เงินเลย ถ้าเป็นความสุขที่แท้จริง ไม่ต้องใช้เงินเลย ถ้าเป็นความสุขที่หลอกลวงละก็ จะต้องใช้เงินมาก  ยิ่งหลอกลวงมากก็ยิ่งใช้เงินมาก ยิ่งหลอกลวงมากที่สุด ก็ยิ่งใช้เงินมากที่สุด จนหมดเนื้อหมดตัว เป็นคนคอร์รัปชั่นคดโกงไปเลย นี่จำกันได้สั้นๆ ง่ายๆ ว่า ความสุขที่แท้จริงไม่ต้องใช้เงิน เพราะมันพอใจเป็นสุขเสียแล้วเมื่อทำงาน ทำงานเป็นสุขสนุกเสียแล้วทั้งวันทั้งคืน จะใช้เงินอะไรหาความสุขล่ะ มันอิ่มอยู่ด้วยความสุขแล้วทั้งวันทั้งคืน โดยไม่ต้องใช้เงินเพื่อความสุข ทีนี้ คนโง่ มันหิวกระหายอยู่ด้วยกิเลส ราคะ โลภะ นี่ต้องเอาเงินไปซื้อของเล่นของกิน กามารมณ์อะไรต่างๆ นั่น มันต้องใช้เงินซื้อ ที่ได้มานั้นไม่ใช่ความสุข เป็นความเพลิดเพลินที่ หลอกลวง นี่เรียกว่าความสุขที่แท้จริงไม่ต้องใช้เงินเลย ทำให้เงินเหลือเพราะทำงานสนุก ผลงานก็เกิดมาก แล้วก็เหลือเพราะไม่ต้องใช้ ผลงานนั้นไปซื้อหาความสุขที่ไหนอีก มันมีความสุขตลอดเวลาอยู่แล้ว ทีนี้คนโง่มันไม่รู้จักความสุขชนิดนี้ มันกระหายต่อเหยื่อกิเลสของตัณหา เอร็ดอร่อย สนุกสนาน ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ที่เรียกกันว่าเริงรมย์ สถานเริงรมย์น่ะต้องใช้เงิน  ใช้เงินเท่าไรมันก็ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ จนเงินเดือนไม่พอใช้มันก็ต้องโกง ในที่สุดก็ได้รับผลของการโกง นี่เรียกว่าความสุขที่หลอกลวง ใช้เงินมากที่สุด และจนไม่ พอใช้จนต้องกลายเป็นคนคดโกง ข้าราชการที่คอร์รัปชั่น ที่คดโกงน่ะคือเข้าใจผิดอย่างนี้ทั้งนั้น ประชาชนก็เหมือนกันแหละ ที่เงินไม่พอใช้ ก็เพราะไปหลงความเพลิดเพลินที่หลอกลวง ไม่เอาความสุขที่แท้จริงที่เกิดขึ้นเมื่อกำลังทำงาน เมื่อกำลังเหงื่อไหล นั่นคืออาบน้ำมนต์ของ พระพุทธเจ้า นี่ขอให้เราเข้าใจเป็นคำสรุปสั้นๆ ว่าความสุขที่แท้จริงไม่ต้องใช้เงิน ความสุขที่หลอกลวงใช้เงินจนเงินไม่พอใช้ ทุกคนแหละ ถ้าอย่างนี้ไปดูเองก็แล้วกัน
ที่มา : สำนักพิมพ์สุขกายใจ 2550
*******
กิ่งธรรมจาก http://www.budnet.org

No comments:

Post a Comment