Saturday, December 17, 2011

พรปีใหม่

        พรปีใหม่ 
     โดย พระไพศาล  วิสาโล

       ถ้าจะขอพร จะไม่ดีกว่าหรือหากเราขอให้ไม่มีความทุกข์ ไม่มีความเร่าร้อนคับข้องใจ และหากจะประสบกับความพลัดพรากสูญเสีย ก็ขออย่าได้เศร้าโศกเสียใจ จะทำเช่นนั้นได้ก็ต้องไม่มีความโลภ ความโกรธ และความหลงในใจ พรนั้นแปลว่าสิ่งประเสริฐ อะไรเล่าจะประเสริฐสูงสุดเท่ากับใจที่ไม่มีความโลภ  ความโกรธ  ความหลง (หรือถึงมีก็ ไม่เอา”  ดังที่หลวงปู่ดูลอตุโล ผู้เป็นศิษย์คนสำคัญของ พระอาจารย์มั่นได้เคยตอบเมื่อมีคนถามว่าท่านมีความโกรธหรือไม่) ด้วยเหตุนี้จึงอย่าได้แปลกใจที่ฤาษีไม่ได้ขออะไร จากพระอินทร์มากไปกว่า อย่ามีความโกรธ อย่ามีโทสะ อย่ามีโลภะ และอย่ามีความใคร่เสน่หา ถ้าไม่มีกิเลสดังกล่าวแล้ว ความทุกข์ใจจะเกิดขึ้นได้อย่างไร 
        อย่างไรก็ตาม ในโลกแห่งความ เป็นจริง พรดังกล่าวอย่าว่าแต่พระอินทร์เลย แม้กระทั่งพระพุทธเจ้า ก็ไม่สามารถจะให้แก่เราได้ มีแต่เราเท่านั้นที่จะต้องสร้างขึ้นมาเอง ทั้งนี้ด้วยการบ่มเพาะสติ ปัญญา และเมตตาให้เกิดขึ้นในใจตน สติ ปัญญา และเมตตา ช่วยให้เราสามารถรักษาใจเป็นปกติได้แม้เผชิญกับความผันผวนปรวนแปรของโลกและ ชีวิต 
      แม้ประสบกับความพลัดพรากสูญเสีย ตลอดจนความแก่ เจ็บ และตาย แต่ก็ไม่ทุกข์ระทมเพราะตระหนักดีว่านี้เป็นธรรมดาของชีวิต แม้จะถูกเบียดเบียนทำร้าย แต่ก็ไม่ถูกความพยาบาทแผดเผา ซ้ำสามารถให้อภัยและเปลี่ยนศัตรูมาเป็นมิตรได้ด้วยเมตตาธรรม
            ชีวิตที่โปร่งโล่ง อิสระ เบาสบาย และสงบเย็น คือยอดปรารถนาของทุกผู้คน นี้คือพรที่ประเสริฐเหนืออื่นใด พรเช่นนี้มีแต่เราเท่านั้นที่จะทำให้บังเกิดแก่ตนเองได้ เป็นพรที่เกิดจากความเพียรพยายามของเราสถานเดียว ด้วยเหตุนี้เมื่อพระอินทร์เสด็จมาประทานพรแก่อกิตติดาบสในชาดกอีกเรื่องหนึ่ง อกิตติดาบสกลับขอให้พระอินทร์อย่าเสด็จมาหาอีกเลย เพราะดาบสเกรงว่าการได้พบพระอินทร์จะทำให้ตัวท่านเองประมาทในการบำเพ็ญเพียร เนื่องจากจะคอยหวังพึ่งอำนาจดลบันดาลของพระอินทร์อย่างเดียว 
       ปีใหม่นี้ขอพรอะไรก็แล้วแต่ อย่าลืมขอและมอบพรที่ประเสริฐสุดให้แก่ตนเอง นั่นคือสติ ปัญญา และเมตตาเพื่อชีวิตที่อิสระ เบาสบาย และสงบเย็นอย่างแท้จริง



******* 
กิ่งธรรมจาก http://www.tddf.or.th 
       พรปีใหม่นี้ท่านได้ให้เมื่อ ปี 2554 แต่ก็ยังทรงคุณค่าตลอดไป  เพราะสามารถนำไปเพาะธรรม นำไปปลูกที่ใจ ให้ธรรมห่อหุ้มกาย เพราะธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม

No comments:

Post a Comment