Sunday, December 18, 2011

พระปริตป้องกันสัตว์ร้าย

นิทานชาดก
เรื่อง พระปริตป้องกันสัตว์ร้าย

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
       ลงเรื่องสวดมนต์ต้อนรับปีใหม่ เพาะใจ บ่มธรรม ได้ไปพบนิทานชาดก เรื่องหนึ่งที่ได้เล่าถึงผลการสวดมนต์ เรื่องของเรื่องเป็นดังนี้ครับ 

       ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่ง มรณภาพเพราะถูกงูกัด ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธการ ว่า...
        กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นฤาษีบำเพ็ญสมาบัติอยู่ที่คุ้งแม่น้ำแห่งหนึ่งในป่าหิมพานต์ มีฤาษีหลายร้อยตนเป็นบริวาร ณ ที่ฝั่งแม่น้ำนั้น มีงูนานาชนิดอาศัยอยู่ งูได้กัดฤาษีเสียชีวิตไปหลายตน พระโพธิสัตว์ทราบเรื่องนั้นแล้วจึงพูดให้โอวาทคณะฤาษีว่า
     "ท่านทั้งหลาย..หากพวกท่านเจริญเมตตาให้ตระกูลพญางูทั้ง ๔ งูทั้งหลายก็จะไม่กัดพวกท่านหรอก" แล้วกล่าวคาถาว่า
     "ขอไมตรีจิตของเราจงมีกับตระกูลพญางูวิรูปักขะ       ขอไมตรีจิตของเราจงมีกับตระกูลพญางูเอราปถะ       ขอไมตรีจิตของเราจงมีกับตระกูลพญางูฉัพยาปุตตะ       ขอไมตรีจิตของเราจงมีกับตระกูลพญางูกัณหาโคตมะ" และกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า
     "ขอไมตรีจิตของเราจงมีกับสัตว์ที่ไม่มีเท้า ขอไมตรีจิตของเราจงมีกับสัตว์ ๒ เท้า ขอไมตรีจิตของเราจงมีกับสัตว์ ๔ เท้า ขอไมตรีจิตของเรา จงมีกับสัตว์ที่มีเท้ามาก"
      พระโพธิสัตว์เมื่อจะแสดงธรรมด้วยการขอร้อง ได้กล่าวคาถาว่า
     "ขอสัตว์ที่ไม่มีเท้า สัตว์ที่มี ๒ เท้า สัตว์ที่มี ๔ เท้า สัตว์ที่มีเท้ามาก อย่าได้เบียดเบียนเราเลย"
เมื่อจะแสดงการเจริญเมตตาโดยไม่เจาะจงได้กล่าวคาถาว่า
     "ทั้งมวลจงพบกับความเจริญ ความชั่วช้าอย่าได้มาแผ้วพานสัตว์ตนใดตนหนึ่งเลย"
เพื่อระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย จึงพูดว่า
     "พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีพระคุณหาประมาณมิได้บรรดาสัตว์เลื้อยคลาน คือ งู แมลงป่อง ตะขาบ แมลงมุม ตุ๊กแกและหนู มีคุณหาประมาณได้"เพื่อแสดงกรรมที่ควรทำให้ยิ่งขึ้นไปกว่านั้น ได้กล่าวคาถาว่า
     "เราได้ทำการรักษา ทำการป้องกันไว้แล้ว ขอสัตว์ทั้งหลายผู้มีชีวิตจงพากันหลีกไป ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ขอนอบน้อมพระสัมพุทธเจ้าทั้ง ๗ พระองค์"
        ตั้งแต่นั้นมา คณะฤาษีได้เจริญเมตตารำลึกถึงพระพุทธคุณงูทั้งหลายต่างก็หลบหนีไปอยู่ที่อื่น

นิทานเรื่องนี้บอกให้รู้ว่าแม้อสรพิษก็ไม่เบียดเบียนผู้เจริญเมตตาภาวนา
******* 
กิ่งธรรมจาก http://www.dhammathai.org

No comments:

Post a Comment