Friday, December 30, 2011

ต้องศึกษาปฏิบัติธรรมอย่างสันทิฏฐิโก

ต้องศึกษาปฏิบัติธรรมอย่างสันทิฏฐิโก
โดยพุทธทาสภิกขุ 


         ทุกอย่างมันเป็นสิ่งที่รู้สึกด้วยใจ สนฺทิฏฐิโก, สันทิฏฐิโก คำนี้ไม่ใช่คำเล็ก ๆ ไม่ใช่คำน้อย ๆ มันเป็นคำที่มีความหมายสูงสุด ถ้าไม่มีเรื่องสันทิฏฐิโกแล้วล้มเหลวหมด, เรื่องของธรรมะจะขาดสันทิฏฐิโกไม่ได้ดอก. เราอุตส่าห์ท่องเถอะ สฺวากฺขาโต ภควตา ธฺมโม สนฺทิฏฐิโก อกาลิโก ฯลฯ ปากว่ากันอยู่เรื่อย, แต่มันได้ใช้ประโยชน์จากสันทิฏฐิโก; นี่คิดดูเถอะมันไม่มีสันทิฏฐิโกนี่, มันว่าแต่ปากนี่ จิตใจมันไม่ได้เห็น คำใดที่เราว่าออกไป ท่องออกไป ขอให้เป็นสันทิฏฐิโก ถ้าว่าความทุกข์คำว่า ทุกฺโขทุกฺขํ เป็นทุกข์ แล้วก็ให้มันรู้สึกด้วยใจ ว่ามันเป็นทุกข์อย่างไร, เป็นกิเลสเหตุให้เกิดทุกข์ ก็รู้จักตัวกิเลสแล้วว่ามันเป็นเหตุให้เกิดทุกข์อย่างไร, ให้มันสันทิฏฐิโกเสมอไป.
          สิ่งที่จะต้องสันทิฏฐิโกก่อนเรื่องอื่นนั้นก็คือ เรื่องตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ, เรื่องรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธัมมารมณ์ คู่ปรับของมัน, คู่สร้างของมัน, แล้วเกิดเป็นภาวิตญาณ เป็นผัสสะเวทนาอย่างไร นี้ต้องเป็นสันทิฏฐิโกแล้วก็เป็นเรื่องแรก ตามที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่า เป็นจุดตั้งต้นของพรหมจรรย์ ในส่วนปริยัติก็ต้องเรียนเรื่องนี้เป็นเบื้องต้น, ในส่วน ปฏิบัติก็ต้องปฏิบัติเรื่องนี้เป็นเบื้องต้น, ในส่วนปฏิเวธก็ต้องได้ผลเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก; นี่สันทิฏฐิโกที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ที่จะมาสันทิฏฐิโก กับ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ ยากนะ, นี้ว่าแต่ปากทั้งนั้น ยังไม่สันทิฏฐิโก นี้ยากที่สุด ไปสันทิฏฐิโกที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เสียก่อน มันยังง่ายกว่าเพราะพอจะเห็นได้ว่า มันทำกันอย่างไร; แต่ที่จะมาให้รู้จัก พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งยังไม่เข้าใจ เห็นไม่ได้นี้ยาก. แต่ก็ต้องว่ากันไปก่อนเถอะ, ว่าแต่ปากตามพิธีกันไปก่อน, รับ ๆ ตามพิธี แม้จะมีลักษณะเป็นไสยศาสตร์ก็ไม่เป็นไร, ยอมรับเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ทั้งที่ไม่รู้อะไรกันไปก่อน, แล้วค่อยศึกษาเพิ่มเติม, เพิ่มเติมจนกว่าสันทิฏฐิโก.
          ดับทุกข์ได้ทีหนึ่งจะรู้จักพระพุทธเจ้าขึ้นทีหนึ่ง, รู้จักพระธรรมขึ้นทีหนึ่ง, รู้จักพระสงฆ์ขึ้นทีหนึ่ง เราต้องดับทุกข์ในหัวใจของเราเองให้ได้เสียก่อน; พอรู้จักดับทุกข์ได้ นั้นนะ โอ้! พระพุทธเจ้าเป็นอย่างนั้น, ดับทุกข์คืออย่างนั้น, พระธรรมความดับทุกข์เป็นอย่างนั้น, พระสงฆ์ผู้ดับทุกข์ได้เป็นอย่างนั้น. ฉะนั้นจะเห็นพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ที่เป็นสันทิฏฐฺโก ได้ก็ต่อเมื่อเราดับทุกข์ได้ ในจิตของเราเอง; เพียงแต่อ่านหนังสือเรื่องพระพุทธคุณ ธรรมคุณ นี้มันยังไม่ถึง, ยังไม่ถึงสันทิฏฐิโก สันทิฏฐิโกทางปริยัตินี้เป็นแนวบ้างเท่านั้น; แต่มันไม่ใช่ตัวจริง แต่ก็ยึดไว้ก่อน เพื่อเป็นหลัก เป็นแผนที่, เหมือนกับเป็นแผนที่ ยึดหลักไว้ก่อน : พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ ก่อน อย่าให้เปลี่ยนได้ แล้วค่อยไต่เข้าไปหา, เข้าไปหา คอยจ้องที่จะรู้.
          พอจิตดับทุกข์ได้ รู้สึกว่าไม่มีทุกข์ทีหนึ่ง ก็โอ้! พระพุทธเจ้าเป็นอย่างนี้, พระพุทธเจ้าองค์ไหนที่ไหนเมื่อไรก็เป็นอย่างนี้เอง, เป็นอย่างที่จิตของเรากำลังดับทุกข์, กำลังไม่มีทุกข์; พระธรรมก็คืออย่างนี้เอง คือความดับทุกข์. พระสงฆ์ผู้ดับทุกข์ตามก็เป็นอย่างนี้เอง; เมื่อนั้นแหละ มีสันทิฏฐิโกในพระพุทธ มนพระธรรม ในพระสงฆ์ ขึ้นมา.
          เดี๋ยวนี้กลัวว่า กี่ปี ๆ แล้วมันก็จะไม่มี จะไม่มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสันทิฏฐิโก ฉะนั้นเราจึงเป็นกันจนตาย ก็ไม่ได้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ที่เป็นสันทิฏฐิโก พระเณรก็อย่าอวดดีไป จะไม่มีสันทิฏฐิโกในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์; ฉะนั้นชาวบ้านก็อย่าปล่อยเฉยชาไป; พุทธบริษัททุกคนแหละ อย่าปล่อยปละละเลยในเรื่องที่จะทำให้มีสันทิฏฐิโกในตัวพระธรรม ในตัวพระศาสนา.
          พูดแล้วมันก็จะถูกหาว่ามากกไปกระมัง; พอเราดับทุกข์ได้, เห็นทุกข์และดับทุกข์ได้, เมื่อนั้นเราเป็นพระพุทธเจ้าเอง พูดอย่างนี้เขาหาว่าจาบจ้วงพระพุทธเจ้าที่จริงมันเป็นอย่างนั้น, จิตนั้นมันเป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมาแล้วน้อย ๆ องค์น้อย ๆ. จิตที่มันดับทุกข์ได้ รู้สึกความดับทุกข์ได้ จิตนั้นมันเป็นพระพุทธเข้าเสียเองแล้ว; จะเรียกว่าถึงพระพุทธเจ้าก็ได้, มีพระพุทธเจ้าก็ได้, เพราะมันอันเดียวกันแหละ. มันมีลักษณะเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว จึงเรียกว่า ถึง, ถึงความเป็นพระพุทธเจ้า.
          อุตส่าห์มีสันทิฏฐิโกในความทุกข์ให้มาก, ในความดับทุกข์ให้มาก, ในพระธรรมนั่นแหละให้มาก ธรรมะทุกอย่างมันเป็นไปเพื่อดับทุกข์; ทุกอย่างต้องเป็น สนฺทิฏฺ€ิโก–เห็นแจ้งด้วยตนเอง, อกาลิโก–ไม่ขึ้นอยู่กับเวลา มันมีความเป็นของมันเอง ไม่เกี่ยวกับเวลา ไม่มีฤดู ไม่มีเวลา, โอปนยิโก–น้อมไปดูข้างใน, ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ–รู้เฉพาะตน, เฉพาะตน, มันเห็นแทนกันไม่ได้.
          นี้เรียกว่าสิ่งที่จะต้องรู้หลายประการ, บางประการเกี่ยวกับพระธรรม, เกี่ยวกับการจะเข้าถึงพระพุทธศาสนา เอามาพูดเป็นเรื่องแรกเป็นบทแรก ของหนังสือธรรมะเล่มน้อย, ธรรมะเล่มน้อย ธรรมะเล่มเดียวจบ.
          ถ้าเราพูดเรื่องนี้จบ เราจะได้หนังสือเล่มเล็ก ๆ เล่มหนึ่งชื่อว่า ธรรมะเล่มน้อยเล่มเดียวจบ; หมายความว่า อาตมาจะพยายามอย่างยิ่ง ที่จะให้ศึกษาธรรมะกันเพียงจากหนังสือเล่มน้อย ๆ นี้เล่มเดียวแล้วก็รู้เพียงพอ, รู้หมดที่ควรจะรู้, ธรรมะเล่มน้อย ธรรมะเล่มเดียวจบ มีบทแรกว่าด้วยธรรมชาติธรรมดาของสิ่งที่เรียกว่าชีวิต; เพราะมันไม่มีปัญหาอยู่ที่อื่น นอกจากที่ชีวิต ทีนี้เรารู้จักธรรมดาของชีวิตให้ถูก ต้องหรือธรรมชาติของชีวิตให้ถูกต้อง, แล้วก็จัดให้มันถูกต้อง เกี่ยวกับธรรมชาติของชีวิต.
          ธรรมชาติของชีวิต นี้ก็ลึกลับอยู่เหมือนกัน แล้วก็มีหลายแง่ หลายหัวข้อ หลายประเด็น จึงเอามาพูดทีละข้อ ทีละแง่ ทีละประเด็น เหมือนที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น แล้วเราก็จะได้อาศัยแนวนี้ เพื่อศึกษาไปยังจุดสำคัญ จุดสำคัญที่จะต้องปฏิบัติ, แล้วเราจะได้รับผลของการปฏิบัติเป็นแน่นอน เพราะว่าเราได้ทำอย่างถูกหลักวิชา, สมัยใหม่นี้เขาเรียกว่า ถูกเทคนิค พูดหลักวิชา, แล้วเราก็จะมีหวังที่จะประสบความสำเร็จ เราจะใช้หลักวิชาให้ถูกต้องเขาเรียกว่าเทคโนโลยี่ ฟังดูภาษาไม่ใช่ภาษาของเรา, เราต้องมีเทคนิคคือหลักวิชา, แล้วเรารู้จักใช้หลักเทคนิคให้ถูกต้อง เรียกว่าเทคโนโลยี่ มีเทคโนโลยี่ในพระธรรม, แล้วพระธรรมก็จะสำเร็จประโยชน์แก่เรา.
        
*******
กิ่งธรรมจาก http://www.buddhadasa.org

No comments:

Post a Comment