Tuesday, December 13, 2011

หลักจริยธรรมสากล เป็นแนวเดียวกับอนุกาชาด

หลักจริยธรรมสากล เป็นแนวเดียวกับอนุกาชาด
โดย พุทธทาสภิกขุ
ธรรมกถาในคราวเปิดการอบรมครูฝ่ายอนุกาชาดที่ค่ายธรรมบุตร
ของโรงเรียนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

 
          ทีนี้ ท่านอย่าลืมว่า แม้สิ่งที่เรียกว่าจริยธรรมสากลนั้นก็ไม่ใช่เล่น มันอาจจะมากกว่าที่ว่านี้ก็ได้. ลองฟังดูสักนิดหนึ่งเถอะ ไหน ๆ ก็เวลาพอจะมีบ้าง :-
          ข้อนี้หมายความว่า จริยธรรมสากลทั่วไป ที่นักจริยธรรมในโลก เข้าประชุมกัน แต่งตำราขึ้นทำอะไรขึ้นในโลกนี้ ประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ ปีมาแล้ว ; เดี๋ยวนี้ได้ยุติหลักเกณฑ์ในเรื่องจริยธรรมนี้เป็นรูปเป็นร่างที่น่าฟัง แล้ว. เขา ให้ความมุ่งหมายของศีลธรรมหรือจริยธรรมนี้ โดยมุ่งหมายที่ จะให้คนได้ "สิ่งที่ดีที่สุด ที่มนุษย์ควรจะได้". ลองฟังดูเถอะ "ได้สิ่งที่ดีที่สุด ที่มนุษย์ควรจะได้" ; นี้อย่าเอาเรื่องเด็ก ๆ เป็นประมาณ, อย่าเอาหนุ่มสาวเจ้าชู้เป็นประมาณ, ว่าได้อะไรเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้. มันต้องเอาจากผู้มีใจคอปกติ มีความรู้ถูกต้อง ผ่านโลกมาพอสมควรแล้ว มาเป็นเครื่องวินิจฉัยว่า อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้. ถ้าเอาความคิดอย่างเด็ก ๆ มันก็เป็นเรื่องกินเรื่องเล่นซิ ที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้อย่างนี้เป็นต้น. จริยธรรมสากลบัญญัติสิ่งที่มนุษย์ควรจะได้ไว้ ๔ อย่าง :-
          ๑. ความรู้สึกที่แท้จริง เขาใช้คำว่าความสุข ซึ่งหมายความว่า ความสุขที่แท้จริงเรียกว่า happiness เฉย ๆ แปลว่าความสุขที่แท้จริง ; ไม่ใช่เรื่องกินอร่อย ไม่ใช่เรื่องเพลิดเพลินในทางรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ในทางกามารมณ์, ความสุขที่แท้จริงต้องเกิดจากสติปัญญาของมนุษย์ที่แท้จริง และมีใจคอปกติ มีความหยุดความสงบได้.
          ๒. ความเต็มเปี่ยมของความเป็นมนุษย์ เรียกว่า perfection หมายถึง ความเต็มเปี่ยมของความเป็นมนุษย์.
          ๓. หน้าที่เพื่อหน้าที่ duty for duty's sake หน้าที่เพื่อประโยชน์แก่หน้าที่.
          ๔. ความรักสากล คือความรักที่ไม่มีเขา ไม่มีเรา เป็นความรักสากล เป็น universal love"
          นี่ขอให้ลองคิดดูว่า ทุกข้อมันจะเป็น spirit ของอนุกาชาดโดยตรงบ้าง โดยอ้อมบ้าง อย่างน้อยก็เกี่ยวข้อง และโดยเฉพาะข้อสุดท้าย คือ : universal love นี่มันคือ เจตนารมณ์ที่ถูกต้องหรือแท้จริงของอนุกาชาด. ลืมตัวเองเสีย, ลืมเห็นแก่ตัวเสีย นึกถึงแต่ผู้อื่น เห็นแก่ผู้อื่น.
          ข้อที่ว่า ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ นี้ก็ไม่ใช่เล่น. ถ้าอนุกาชาดคนไหนไม่ถืออุดมคติข้อนี้ก็ย่อมจะทำหน้าที่เพื่อเงิน, ทำหน้าที่เพื่อเครื่องตอบแทนเป็นความขอบใจ. ทำหน้าที่เพื่อเกียรติให้ใคร ๆ เขายกย่อง ; มันไม่เป็นอย่างทำหน้าที่เพื่อหน้าที่. เราจะต้องสอน อนุกาชาด ของเราให้รู้จักว่า ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดของมนุษย์นั้น ไม่ใช่ทำเพื่อเงินเพื่อเกียรติ เพื่ออะไร ; แต่ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด. ส่วนทำหน้าที่เพื่อเงิน เพื่อเกียรติเพื่ออะไรนั้น เราทำกันอยู่แล้ว มันไม่ใช่ทำหน้าที่วิเศษที่ตรงไหน ; สุนัขก็ทำเป็น แมวก็ทำเป็น อย่างนี้. เพราะฉะนั้นเราควรจะเลื่อนสูงขึ้นไป : คือเป็นมนุษย์เท่านั้น ควรจะทำได้ตามที่เรียกว่า หน้าที่เพื่อหน้าที่. ขอให้นึกดูก็แล้วกัน ถึงสมัยที่ถือกันว่า "งานคือเงิน เงินคืองาน" นี้ มันยุ่งกี่มากน้อย.
          ทีนี้ เรื่อง perfection ความเต็มเปี่ยมของความเป็นมนุษย์ นี้เรารู้จักทำอะไร โดยต้องการ ให้เด็ก ๆ ของเรามีความเสียสละเพื่อผู้อื่น ; นั่นแหละจะเป็นไปเพื่อความเต็มเปี่ยมของความเป็นมนุษย์ยิ่งขึ้น ๆ ; แล้วในที่สุดเราจะอยู่กันด้วยความสงบสุข ไม่เบียดเบียนกัน และมีใจคอที่ปกติ ไม่ใช่ไปลุ่มหลงในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส.
          ในข้อที่เรียกว่า ความสุข นั้น ก็ ไม่ใช่หมายถึงกามารมณ์ หรือความเพลิดเพลินทางกามารมณ์ มัน หมายถึงความสงบสุขสันติอย่างถูกต้อง.
          นี่เราจะเห็นได้ว่า แม้แต่สิ่งที่เรียกว่าจริยธรรมสากลนี้ก็ไปไกลลิบ ในระดับเดียวกันกับศาสนาด้วยซ้ำไป. ถ้าไม่มีความเห็นแก่ตัว ถึงขนาดที่มีความเต็มเปี่ยมของความเป็นมนุษย์ ; ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่อะไรแล้ว ก็มีความรักสากล คนทุกคนเป็นคน ๆ เดียวกัน. นี้มันก็เป็นความเห็นอย่างเดียวกัน, มีจุดหมายปลายทางอย่างเดียวกันกับอนุกาชาด ; แล้วสิ่งที่เรียกว่าอนุกาชาดนี้จะเป็นของเด็กเล่นอยู่อย่างไรได้. อุดมคติของอนุกาชาดนี้ ต้องไม่ใช่ของเด็กเล่น เล็ก ๆ น้อย ๆ ; แต่ จะเป็นอุดมคติของทุก ๆ ศาสนา ของจริยธรรมสากล และของอื่น ๆ ทั้งหมด. มันกำลังเป็นจุดตั้งต้นเป็นใบ เป็นดอก เป็นลูก.
          ท่านทั้งหลายที่มาประชุมกันอยู่ที่นี่ มีหน้าที่ที่จะอบรมเด็ก ๆ ของเราให้มีลักษณะอย่างที่กล่าวมานี้ : ท่านจะต้องรู้จักตัวเองก่อน แล้วก็จะต้องรู้จักเด็ก ๆ ด้วยจึงจะพากันไปได้. เมื่อพากันไปได้ มันวิเศษ เป็นเหมือนกับว่ายิงไปทีเดียวได้นกหลายตัว เก็บไม่ไหว ; แล้วถ้าเราประพฤติปฏิบัติตามอุดมคตินี้ได้ เราก็เป็นพุทธบริษัทที่ดี และเป็นมนุษย์ที่ดี และเป็นอะไร ๆ ที่ดีทุกแง่ทุกมุม เป็นนักจริยธรรมที่ดี มีศีลธรรมที่ดี ล้วนแต่เป็นทุกอย่าง ที่ในโลกเขาต้องการ. นี่เรียกว่า ยิงไปทีเดียวได้นกไม่รู้จักกี่ตัว.
          เดี๋ยวนี้บางคนอาจจะคิดแย้งว่า เรื่องอนุกาชาดเป็นเรื่องเล็ก ๆ ; เรื่องใหญ่ ๆ ต้องเป็นนายอำเภอ, เรื่องใหญ่ ๆ เป็นเจ้าบ้านผ่านเมือง เป็นเรื่องใหญ่ ๆ ขึ้นไปอีก. มันไม่ใช่อย่างนั้น, ถ้าเราเป็นดีแล้ว เราเป็นหมด เรามีอะไร ๆ หมดเป็นอุดมคติสูงสุดกว่าอะไรหมด รวมทั้งหมด. แล้วเราจะไม่จัดเรื่องอนุกาชาดไว้เป็นเรื่องของเด็ก ; เราจะถือว่าเป็นเจตนารมณ์ตรงกับวิญญาณของศาสนาทุกศาสนาของศีลธรรมทั้งหมด ของทุกอย่างที่มนุษย์ต้องการ ; และถ้าเราทำได้อย่างนี้ อันนี้แหละจะเป็นการช่วยโลก ช่วยมนุษย์ให้รอด.
          ขอให้ทนฟังต่อไปอีกนิดหนึ่งว่า ถ้าหากเรา พวกเราทั้งหมดนี้ทำให้เด็ก ๆ ของเรามีอุปนิสัย เป็นอนุกาชาดที่ถูกต้อง คือความไม่เห็นแก่ตัวแล้ว ; แม้จะให้เขาเล่าเรียนอะไรมากขึ้นไปจนได้ไปเมืองนอกเมืองนา สำเร็จอะไรกลับมา เขาก็ยังเป็นคนที่ดีอยู่นั่นแหละ. นิสัยความไม่เห็นแก่ตัวนี้แหละ จะเป็นเหมือนเกราะป้องกันสิ่งเลวร้ายของวัฒนธรรมตะวันตกได้หมด ; ไม่ให้มาครอบงำเขาได้ ; แล้วเขาก็จะตั้งต้นดำรงอยู่ในหลักธรรมะของศาสนา ของพุทธศาสนาโดยเฉพาะ. แม้เขาจะได้ความรู้แปลก ๆ ใหม่ ๆ อะไรมา เขาก็จะไม่ใช้มันไปในทางทำลายผู้อื่นเพราะเห็นแก่ตัว ; แล้วยังเป็นการช่วยให้เป็นเครื่องรางแก่เด็ก ๆ ของเรา. ไปเมืองนอกกลับมาแล้วจะเป็นผู้ที่ไม่มีความเห็นแก่ตัว มึนเมาไปด้วยวัฒนธรรมเนื้อหนัง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของภูตผีปิศาจ ตามทางศาสนา ; เขาเรียกกันอย่างนี้, เขาเรียกเนื้อหนัง คือ flesh.
          พวกที่มึนเมาทางเนื้อหนัง ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ อะไรนี้, ตามทางเพศตรงกันข้าม ตามธรรมดาสามัญสัตว์ ; เขาเรียกว่า ความรู้สึกทางเนื้อหนัง ; ถ้าอันนี้ ครอบงำใครแล้ว มันก็หมายความว่า เห็นแก่ตัวเต็มที่แล้ว, เห็นแก่ความสุขนี้เต็มที่แล้ว ; เพื่อเป็นของตัว. ฉะนั้น จึงปิดหูปิดตาในทางศีลธรรม หันหลังให้ศาสนา ถือว่าได้เป็นดี. เห็นเงินคือพระเจ้า อะไรทำนองนี้ ; โลกก็เลยเป็นโลกของคนแบบนี้ไปหมด.
          หมายความว่า ถ้าเราถือเจตนารมณ์ของอนุกาชาด อบรมเด็ก ๆ ให้มีคุณธรรมคือความไม่เห็นแก่ตัว เรื่อยมา ๆ ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี แล้วสอนให้มากขึ้น ๆ ก็จะรู้ตรงตามหลักธรรมของพุทธศาสนามากขึ้น ; ก็จะป้องกันเขาไว้ได้จากการตกลงไปในหมู่ของภูตผีปิศาจแห่งความสุขทางเนื้อ หนัง ; ซึ่งทางศาสนาคริสเตียนเขาเรียกกันอย่างนี้, ศาสนาพุทธเราก็เรียกได้.
          เดี๋ยวนี้ คนในโลก ตกลงไปเป็นทาสเป็นความสุขของปิศาจแห่งความสุขทางเนื้อหนังกันไปทั้งโลก ส่วนมาก ; โลกจึงเป็นโลกอย่างนี้ เป็นปัญหาเพิ่มมากขึ้น. ส่วนที่จะแก้ปัญหานั้นเหลือนิดเดียวไม่มีกำลังพอ ; ปัญหาเพิ่มขึ้น บ้านนั้น บ้านนี้ ทั่วกันไปหมด มากขึ้น ๆ ; ส่วนความสามารถความรู้ ปัญญาที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้น้อยลง ๆ โลกจึงเป็นอย่างนี้. ถ้าหากทั้งโลกเริ่มรู้หลักธรรมอันนี้ ซึ่งเป็นวิญญาณของทุกศาสนา ของพุทธศาสนา ของจริยธรรมสากล โลกก็จะเปลี่ยนใหม่เป็นโลกที่น่าอยู่ น่าดู น่าไหว้ น่าบูชา เป็นโลกของพระศรีอารย์ขึ้นมาได้ทันทีเหมือนกัน.
          ขออย่าได้เห็นเป็นอย่างอื่นเลย ; จงมุ่งสร้างกำลังกุศลอันสูงสุด ประเสริฐที่สุด ช่วยกันยกวิญญาณของเด็ก ๆ ให้สูงขึ้นมาจากความเห็นแก่ตัว มาสู่ความไม่เห็นแก่ตัว ; จะเป็นบุญกุศลมหาศาล เป็นความดีมหาศาล เป็นที่ต้องการของทุกระบบ ศีลธรรม ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี. โดยเฉพาะความเป็นไทยของเราแล้ว เราจะต้องถือว่า เราต้องทำสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งมีค่ามากที่สุดที่นี้. ฉะนั้น อย่ามีปัญหาเรื่องกิน เรื่องนอน เรื่องที่พัก เรื่องที่อาศัยสำหรับคนบางคน เพราะเขาไม่รู้เรื่องนี้ว่า เขาได้มาทำสิ่งที่มีค่าสูงสุดเหลือประมาณ ถึงจะลำบากสักเล็กน้อยเท่านี้ มันจะมีความหมายอะไร.
          เมื่อคราวอบรมธรรมฑูตสายต่างประเทศ อาตมาและพระผู้รับการอบรมก็ได้มาพักนอนที่ตรงนั้น กินที่ตรงนั้น, ฝนตกจึงจะหลบเข้ามาอยู่ในเรือนโรงตลอดวันตลอดคืนก็อยู่ที่กลางแจ้ง ตรงนั้น, หมอนก็ทำด้วยไม้ เสื่อก็ไม่มี มุ้งก็ไม่ต้องพูดถึง ผ้าพลาสติกปู หมอนไว้วางนอน เขียนหนังสือโดยอาศัยแสงเทียนในโคมผ้าขาว ตื่นแต่ดึกตีสามตีสี่เพื่อไม่ต้องแย่งส้วมกัน. คนขี้เกียจนอนสาย ตื่นขึ้นตอนเช้าต้องแย่งส้วมกัน ทำให้เกิดปัญหายุ่งยาก ; ทีนี้เราก็ไม่มีปัญหาอะไร ไม่มีปัญหาเรื่องหมอน เรื่องมุ้ง ไม่มีปัญหาอะไรที่เป็นเรื่องความลำบาก เพราะเรื่องความเห็นแก่ตัวที่เคยมีมาก.
          เราทดลองอบรมความไม่เห็นแก่ตัว อยู่กันที่กลางสนามนั่น เพื่อไปเป็นคณะธรรมฑูตสายต่างประเทศ. ฝ่ายพวกเรามาที่นี่เพื่อทำหน้าที่อันสูงสุด ที่เรียกว่าหาค่ามิได้ เหนือการตีค่า ; ความลำบากเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงไม่ควรจะมีปัญหา. และยิ่งกว่านั้น เราต้องตั้งใจฟัง ต้องตั้งใจรับการอบรม ตั้งใจสัมมนาปรึกษาหารือ ให้เข้าใจเรื่องนี้ให้จงได้ ; แล้วให้ปฏิบัติให้ได้ด้วย ซึ่งเป็นความประเสริฐที่สุดที่พระพุทธเจ้าท่านต้องการ, ตามที่พระโยคีก็ต้องการ. ใคร ๆ ก็ต้องการ ในอุดมคติแห่งอนุกาชาดของเรานี้.
          นี้พอสมควรแก่เวลา จะขอยุติด้วยการสรุปว่า การอนุกาชาดนี้มีความหมายว่า ไม่เห็นแก่ตัว ทำได้ถึงที่สุด คือเป็นมนุษย์ที่เต็มเปี่ยม เป็น perfected man เต็มเปี่ยม, เป็นผู้อยู่เหนืออามิสสินจ้างใด ๆ, ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่, มีความรักกันทั่วโลกเสมือนเป็นคน ๆ เดียวกัน, และเป็นผู้มีความสุขเพราะเหตุนี้.
          นี่เป็นอันว่า มันเป็นสิ่งที่ควรเสียสละเพื่อการนี้ถึงที่สุดแล้ว, พูดอย่างนี้ใครจะให้อภัยหรือไม่ให้อภัยก็แล้วแต่เถิด. แต่พูดกันที่นี้ แล้วต้องพูดกันอย่างตรงไปตรงมา พูดกันอย่างเพื่อน, อย่างไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบัง ไม่มีอะไรต้องเกรงใจ ; และ ถ้ามาถึงค่ายลูกเสือที่นี่ อาตมาก็จะพูดผ่าซากอย่างนี้ มันได้ประโยชน์ดี ได้ประโยชน์เร็วยิ่งกว่าพูดกันที่บ้านดอน ; เพราะว่าเราได้มีโอกาสเป็นเจ้าของบ้านด้วยกันทุกคน, ไม่มีใครที่ไม่เป็นเจ้าของบ้าน แล้วก็พูดอะไรกันตรง ๆ อย่างนี้.
*******
กิ่งธรรมจาก http://www.buddhadasa.org

No comments:

Post a Comment