Thursday, January 19, 2012

ความรอดตัวของวัยรุ่น

      เพาะธรรม สร้างภูมิทางใจให้วัยรุ่นหญิง ชาย  กับธรรมบรรยายของท่านพุทธทาสภิกขุ  ที่ทันยุค ทันเหตุการณ์ในปัจจุบันนี้
 
ความรอดตัวของวัยรุ่น

บรรยายให้โอวาท แก่คณะลูกเสือจังหวัดตรัง ซึ่งมาพักแรมที่ค่ายธรรมบุตร
โดย พุทธทาสภิกขุ 



        เดี๋ยวนี้ตามที่สังเกตเห็นทั่วไปก็คือว่า มีคำพูดที่เป็นที่เสียหายแก่ยุวชนวัยรุ่น อยู่คำหนึ่งที่เขาเรียกว่า ปัญหาเกี่ยวกับคนวัยรุ่น ซึ่งมันหมายความว่า เมื่อก่อนนี้คนวัยรุ่นไม่ค่อยมีปัญหา. เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่า คนวัยรุ่นมีปัญหา โดยเฉพาะรัฐบาลหยิบขึ้นไปเป็นปัญหาสำหรับพิจารณา ; แล้วประชาชนก็บ่นกัน. ดังนั้นขอให้คนวัยรุ่นเองนั้นรู้ได้ว่า เรากำลังเป็นผู้ที่ถูกหยิบขึ้นมาเป็นปัญหา ; เมื่อก่อนนั้นไม่เคยมี หรือมีก็เหมือนกับไม่มี คือมันมีน้อยเกินไป เดี๋ยวนี้กลับมีมากขึ้น.

          ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่พวกเราที่นั่งอยู่ที่นี่ ก็ยังต้องพลอยเสียเกียรติเสียชื่อร่วมกัน เพราะพูดว่า วัยรุ่นกำลังเป็นปัญหา ; ยิ่งกว่านั้นก็คือว่า เขาว่าวัยรุ่นกำลังเป็นปัญหาทั่วทั้งโลก, ทั่วทั้งโลกเป็นปัญหา. ในทีนี้หมายความว่า ทำความยุ่งยากลำบากขึ้นหลายอย่างหลายประการ นับตั้งแต่ว่า : เป็นอันธพาล, ชกต่อยตีกัน แม้ในโรงเรียนแม้ในมหาวิทยาลัย ; ซึ่งเมื่อก่อนนี้หาดูไม่ได้. เดี๋ยวนี้กลายเป็นมีมากขึ้น และที่มากไปกว่านั้นก็คือ อาละวาดบนรถประจำทาง บนยานพาหนะ ; กระทั่งทำสิ่งที่เป็นอาชญากรรมหนัก ๆ ไปกว่านั้น, เรื่องการตีรันฟันแทงบ้าง เรื่องชู้สาวบ้าง เรื่องที่เป็นสิ่งที่เรียกว่าอาชญากรรมเต็มตัว และก็อย่างแรงด้วย ; นี่มันกำลังมีอยู่พวกหนึ่งและจะมากขึ้นทุกที ; อีกพวกหนึ่งก็ยังรักษาตัวดีมีอยู่เหมือนกัน.
         นี่เราก็คิดดูให้ดีก็แล้วกันว่า เรากำลังจะเป็นอย่างไร จะไปเข้าพวกไหน ? กำลังจะไปเข้าพวกไหน ? โรคร้ายชนิดนี้เป็นโรคร้ายที่ติดต่อกันได้ง่าย และก็โดยไม่รู้สึกตัวด้วย. การที่จะเปลี่ยนไปเป็นอันธพาลนั้นเป็นได้ง่าย และโดยไม่รู้สึกตัวด้วย ; ดังนั้น อย่าได้ประมาทเลย เพราะเหตุว่าถ้ามีความประมาทเสียแล้ว ก็เห็นว่าความเป็นอันธพาลนั้น หาใช่ความเป็นอันธพาลไม่ ; มันเป็นเสียอย่างนั้น. เมื่อ เกิดประมาทมืดมัวแล้วจะเห็นว่า ที่เป็นอันธพาลนั่นแหละคือถูกต้อง ถือว่าดีไม่ใช่เป็นอันธพาล จึงเลยเป็นกันมาก.
          เดี๋ยวนี้มันกลายเป็นการทำตามอย่างกัน เหมือนกับแฟชั่น ที่เขาเรียกแฟชั่นชนิดหนึ่ง แฟชั่นไว้ผม แฟชั่นเสื้อผ้า แล้วมันก็มีแฟชั่นอันธพาล ; ใครได้แสดงลักษณะอันธพาล เขาก็รู้สึกว่าเก๋ดี หรือว่าถึงกับมีเกียรติ ; เป็นอันธพาลสูบบุหรี่ นี่ก็คิดว่าเก๋ดี. เขาไม่เห็นว่าเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าติเตียน และโง่เขลาเปลืองเปล่า ๆ ให้โทษแก่ร่างกาย. นี่ขอให้รู้ไว้เถิดว่า ความชั่วนั้นมันครอบงำเราได้ง่าย เพราะเราไม่รู้สึกตัวว่าเป็นความชั่ว ; เรื่องที่เห็นง่ายที่สุด เช่นเรื่องสูบบุหรี่ เปลืองก็เปลือง, ให้โทษแก่ร่างกายก็ยังให้ แต่คนก็ไม่คิด.

          เมื่อเช้านี้ ท่านอาจารย์องค์หนึ่งท่านเล่าให้ฟังว่าพอเลิกสูบบุหรี่ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้โดยอัตโนมัติกิโลครึ่ง พอลองกลับไปสูบบุหรี่ใหม่ น้ำหนักตัวก็ลดลง ๑ กิโลครึ่ง ; ท่านว่าอย่างนี้, ท่านยืนยันว่าอย่างนี้. การที่น้ำหนักตัวเพิ่ม น้ำหนักตัวลดนี้ก็ไม่ใช่สิ่งเล็กน้อยนะ มันมีเหตุผล เพียงสูบบุหรี่อย่างเดิมน้ำหนักตัวก็ลดลงกิโลครึ่ง, เพียงไม่สูบเฉย ๆ กลับเพิ่มขึ้นกิโลครึ่ง. การสูบบุหรี่เป็นอันตรายแก่สุขภาพอนามัย เปลืองด้วย และไม่มีเหตุผลว่าทำไมเราจะต้องสูบบุหรี่ ; นอกจากจะเห่อตามแฟชั่นที่เขาสูบกันว่าเก๋ดี เป็นลูกผู้ชายต้องกินเหล้าต้องสูบบุหรี่. นี่เรามันก็ไปเข้าใจเสียอย่างนั้น ก็เป็นอันว่า : เข้าใจว่าที่ชั่วนั่นคือดี มันก็ไม่ละเลิกเท่านั้นเอง.

          อีกประการหนึ่งการที่ว่าจะไปชกต่อยกัน หรือทำระเบิดขวด หรือทำอะไรที่มันร้ายกว่านั้น ก็เห็นเป็นของดีไปหมด ; นี่อย่าทำเล่นกับสิ่งที่เรียกว่ากิเลส, กิเลสมันต้องเก่งกว่าคนนั้นเสมอไป มันจึงหลอกคนให้ทำอะไรที่ไม่น่าทำได้ ; จึงต้องถือว่า ปัญหาแรกที่สุดของคนวัยรุ่น ก็คือที่ การนิยมไปทำสิ่งซึ่งไม่ควรทำ ; จนต้องมีการบังคับให้ตัดขากางเกงให้ถูกต้องบ้าง ให้ตัดผมให้ถูกต้องบ้าง อะไรเช่นนี้แสดงว่า เมื่อปล่อยตามความต้องการของความรู้สึกแล้ว มันเป็นไปกับแฟชั่นของคนอันธพาลบ้าง ของแฟชั่นที่อยากจะเปลี่ยนเรื่อยบ้าง.

          ขออย่าได้มองข้ามสิ่งเหล่านี้ : ความเห็นผิดเป็นชอบ นี่คือต้นเหตุของความล้มละลาย ต้นเหตุของปัญหาต่าง ๆ ต้นเหตุของความที่จะทำลายตัวเรา แล้วเราก็ไม่รู้ว่าทำลายตัวเรา เห็นเป็นของดีไปได้. เช่นเห็นกงจักรเป็นดอกบัว ปรากฏชัดไปว่า : การเล่าเรียนเอาดีไม่ได้, เป็นเจ้าชู้ตั้งแต่เล็ก, ใช้เงินเปลืองตั้งแต่เล็ก, ไม่มีบิดามารดาครูอาจารย์, ไม่มีบุญ ไม่มีบาป ; วัยรุ่นก็พากันเป็นเสียอย่างนี้. บางทีเขาจะถือว่า นี่เป็นเครื่องหมายของคนดี หรือเครื่องหมายของคนสมัยใหม่ที่เจริญหรืออย่างไร.

          วัยรุ่นฝรั่งที่มาที่วัดนี้ชอบพูดว่า "ผมไม่มีศาสนา", พูดว่า ผมไม่มีศาสนา ก็รู้สึกว่าพูดอย่างนั้นถูกต้องที่สุด และเก่งด้วย และเก๋ด้วย มีเกียรติด้วย ; พูดว่าผมไม่มีศาสนา. ไม่เท่าไรแฟชั่นอย่างนี้จะมาถึง พวกคนไทยที่ตามก้นฝรั่ง ในแง่หนึ่งส่วนหนึ่ง คนไทยตามก้นฝรั่งเหมือนสุนัขตัวผู้ตามก้นตัวเมียอย่างนั้นแหละ ; เขาทำกันอย่างไรก็ทำตาม, ก็ไปได้ด้วยกัน. นี่ขอให้ระวังให้ดี ; ถ้าเราจะไปตามก้นฝรั่งที่ถือว่าเจริญนั้นต้องเลือกดูสิ่งที่ดีมีประโยชน์ อย่าให้ทำลายวัฒนธรรมศีลธรรมอะไรของคนไทยเรา. คนเรา ถ้าไม่มีศาสนาก็หมายความว่าทำอะไรได้ตามใจตามชอบใจ ; คิดดูเถอะมันจะเป็นอย่างไร.

          เรื่องกางเกงไม่มีขา หรือว่าไม่ต้องปิดกายกันแล้ว, หรือไว้ผมบ้า ๆ บอ ๆ พวกฝรั่งนำทำทั้งนั้น ; คนไทยโง่ ก้นหัวตามก้นเขา มันก็มีปัญหาด้วย ; คือลำบากยุ่งยากด้วย และไม่เป็นไทยด้วย. ถ้าเป็นไทยต้องเป็นอิสระ ; เดี๋ยวนี้โง่ ก้นหัวไปตามก้นเขา หรือจะเป็นอิสระได้ ก็ไม่ใช่ไทย ; และสิ่งนั้นก็ผิด ๆ ด้วย. ดังเช่นชอบไว้ผมยาว เหมือนพวกฝรั่งฮิปปี้ หรือพวกอะไรก็ไม่รู้ เรียกยาก.

          พวกนักศึกษาไทย ชั้นมหาวิทยาลัยไว้ผมยาวเป็นฮิปปี้มาที่นี่ เป็นนักศึกษาก็มี เป็นครูก็มี ก็เลยถามดูว่าทำทำไม ? ประโยชน์อะไร ? เขาว่าทำตามความพอใจ เพื่อไม่ให้มีอะไรมาบังคับบัญชา มาผูกมัดเขา, เขาต้องการจะเป็นอิสระ. เราก็เลยบอกเขาว่า เป็นอิสระชนิดที่คนอื่นไม่ลำบาก นั่นจึงจะเป็นอิสระที่ถูกที่ควร ; ถ้าอิสระชนิดหนึ่งที่คนอื่นต้องลำบากละก็ ไม่ถูกไม่สมควร, ไม่ใช่อิสระที่สมควร.

          ทีนี้เขาถามว่า ไว้ผมยาวนี่มันทำให้คนอื่นลำบากอย่างไร ? ผมก็ของผมนี่ อยู่บนหัวผม. ผมไว้ผมยาวมันจะลำบากอย่างไร ? นี่เขาตอบคำถาม เขาแย้งขึ้นมาอย่างนั้น. เราบอกว่า : ผมยาวของคุณนั่น มันทำให้พวกเราเสียเวลามองดู เพื่อสังเกตให้รู้ว่า "คุณนี่เป็นคนบ้าหรือคนดี" ; เพียงเท่านี้ก็ถือว่าทำให้เราเดือดร้อน เราต้องเสียเวลาคอยสังเกตว่าคนนี้มันบ้าหรือดี. พอครั้งแรกเราเห็นเข้าก็กลัว, เกรงว่าจะเป็นคนบ้า มันจะทำอันตรายเอา เพราะฉะนั้นการไว้ผมยาวของคุณนี่ มันทำให้คนอื่นลำบากเสียแล้ว ถ้าต้องการเสรีภาพก็ทำอย่างอื่นเถอะ ชนิดที่คนอื่นไม่ต้องลำบาก จึงจะเรียกว่าสมควรหรือเป็นอิสระที่น่านับถือ. ในที่สุดก็ตกลงกันไม่ได้ แล้วก็ไม่ต้องพูดกัน หยุดไว้แค่นี้.

          อยากจะเอาเรื่องอย่างนี้แหละมาเป็นหลักว่า ทำไมเราจะต้องไปทำให้มันแปลก หรือไปทำให้คนอื่นยุ่งยากลำบาก จนคนอื่นไม่รู้ว่าคนบ้าหรือดี ? ในเรื่องแต่งเนื้อแต่งตัว เรื่องผมเผ้า เรื่องอะไรก็ตาม, จนกระทั่งแม้แต่เรื่องเล่าเรียน เล่นหัว ร้องเพลง ก็ควรจะไม่ต้องทำให้คนอื่นพลอยลำบาก. เหล่านี้เป็นเรื่องวัยรุ่น เป็นปัญหาของวัยรุ่น เพราะวัยรุ่นกำลังจะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ คือยังเป็นไม่สมบูรณ์ ; เขาเรียกว่ารุ่น, รุ่น ๆ ๆ จะเป็นผู้ใหญ่ก็ยังไม่ใช่ จะเป็นเด็กก็ยังไม่เชิง มันก็อยู่ในระหว่างที่เรียกว่าจะเป็น หัวเลี้ยวหัวต่อ. ถ้ามันเลี้ยวไปถูกทางก็นับว่าดี ถ้าเลี้ยวไปผิดทางก็ต้องลำบากแน่ ; ถ้าผิดทางมากเกินไปต้องฉิบหาย ถ้าอย่ามีเรื่องอย่างนี้ การเรียนจะดีกว่านี้.

          ทุกคน ๆ ที่นั่งอยู่ที่นี่ ถ้าอย่ามีเรื่องบ้า ๆ บอ ๆ อย่างนี้ การเรียนจะดีกว่านี้. เดี๋ยวนี้เราไปเสียเวลา ไปคิดไปนึกอะไรในเรื่องที่ไม่ควรต้องสนใจ ; และบางทีถึงขนาดที่เรียกว่า ไปใช้เงินเปลืองเพื่อสิ่งเหล่านี้ก็มี, หนักเขาก็กลายเป็นเรื่องเพศ เรื่องเจ้าชู้ เรื่องอะไรตั้งแต่อยู่ในวัยเรียน ; การเรียนมันก็เสีย. ถ้าเราเคารพศาสนา นับถือศาสนา เคารพบิดามารดา นับถือครูบาอาจารย์ มันก็ไม่ทำอย่างนี้ได้ ; ฉะนั้น ถ้าเรียกว่า วัยรุ่นก็ขอให้เดินตามผู้ใหญ่ คือเดิมตามกฎระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด.

          เพื่อให้จำได้ง่ายก็อยากจะบอกให้ทราบว่า คนฉลาดที่สุดแต่โบราณเขาพูดไว้เป็นหลักจนกระทั่งบัดนี้ก็ไม่มีใครค้านได้ ไม่มีใครเอาเหตุผลมาพิสูจน์ว่ามันผิดเสียแล้ว, คือคนโบราณเขาพูดไว้ว่า : คนเราเกิดมากกว่าจะตายนี้ ให้แบ่งเป็น ๔ ระยะ.

          ตั้งแต่เกิดมาหรือ วัยรุ่น อย่างนี้ เขา เรียกว่า พรหมจารี อย่าเพ่อเข้าใจผิด ๆ คิดเอาเองว่า พรหมจารีคืออะไร ; เดี๋ยวจะว่าให้ฟัง. ตั้งแต่เกิดมา ตั้งแต่หนุ่มสาวก่อนแต่งงาน เขาเรียกพรหมจารี. พอแต่งงานแล้วเขาเรียกว่า คฤหัสถ์ เป็นคฤหัสถ์ไปจนพอใจถึงที่สุด. ทีเขาเรียกว่าเกษียณอายุนั่น อายุ ๖๐ ปีเขาก็ไปเป็นผู้หาความสงบเรียกว่า วนปรัสถ์ ; ไปหาความสงบส่วนตัว ไม่ยุ่งด้วยเรื่องนั่นนี่. ถ้ายังอยู่ต่อไปได้อีกอายุ ๘๐ - ๙๐ ปี ถึง ๑๐๐ ปี เขาเรียกว่า สันยาสี เป็นผู้นำแสงสว่างให้แก่ผู้อื่น พูดจากให้เป็นประโยชน์แก่เด็ก ๆ.

          ถ้าทำได้อย่างที่กล่าวมานี้ เรียกว่าถูกต้องครบบริบูรณ์ ; ถ้าไม่ได้อย่างนี้เรียกว่าเกิดมาได้ไม่ครบ ไม่เต็ม, ไม่เต็มคน, เขาเรียกว่าไม่เต็มคน, เกิดมามีความเป็นมนุษย์ไม่เต็ม. ถ้าเต็มก็ต้องเป็นพรหมจารี คือตั้งแต่เกิดมาถึงหนุ่มสาวที่ดี เป็นพ่อบ้านแม่เรือนไปถึงที่สุดมันก็ดี นับว่าไม่หลงจนเข้าโลง, อายุมากพอสมควรแล้วก็รู้จักหาความสงบ, ได้ความสงบส่วนตัว ก็รู้จักทำผู้อื่นให้ได้รับแสงสว่าง ด้วยการพูดจา.

          ที่เราเกิดมาเป็นหนุ่มสาว อายุสมมติว่า ๒๐ ปี, ๒๐ ปีนี่ควรจะเป็นพรหมจารี, ๒๐ ปีถึง ๖๐ ปี เป็นคฤหัสถ์ ผู้ครองเรือน, เหลือนั้นก็เป็นผู้สงบ เป็นวนปรัสถ์บ้าง, เป็นสันยาสี อบรมสั่งสอนพูดจาหรือเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้อื่นบ้าง. ๑ ปี ถึง ๒๐ ปี นี่คือจุดเริ่มต้น ; คือว่าตั้งต้นดีก็ดี ตั้งต้นไม่ดีก็ไม่ดี. ฉะนั้นจึงขอบอกพวกเธอทุกคนที่นี่ว่า เธอกำลังอยู่ในระยะที่อันตราย เป็นระยะตั้งต้น ; ถ้าตั้งไม่ดีก็ไม่ดี, ตั้งดีก็ดี. อย่าไปคิดเรื่องอื่นให้คิดแต่ในเรื่องตั้งต้นให้ดี, ตั้งต้นให้ดีก็คือเป็นพรหมจารีที่ดี. พรหมจารี ในที่นี้เขาเรียกว่า ประพฤติดี ประพฤติประเสริฐ : พรหม แปลว่า ประเสริฐ, จารี แปลว่า ประพฤติ, พรหมจารี แปลว่า ผู้ประพฤติประเสริฐ.

          ตรงนี้สำคัญมาก ต้องให้ประพฤติให้ดีที่สุดเอาไว้ก่อน ; เพราะฉะนั้นจึงเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณี, ระเบียบวินัยที่เขามีไว้สำหรับคนรุ่นสำหรับคนหนุ่มสาว ; ดังนั้นอย่าเหยียบย่ำระเบียบขนบธรรมเนียม วินัยเหล่านั้นเป็นอันขาด. พอเธอเหยียบย่ำเธอก็เป็นอันธพาลผีสิง ไม่ต้องมีใครมาพูดมากล่าวแล้ว พอไปทำเข้ามันก็เป็นเท่านั้น, การเหยียบย่ำกฎประเพณีวินัยอะไรต่าง ๆ ของนักเรียน นี่ก็เป็นอันธพาลแบบผีสิง : คือต่อสู้ดื้อดึงดื้อด้าน ไม่ยอมที่จะประพฤติตามกฎระเบียบ, ถือว่าการดื้อหรือการฝืนกฎระเบียบนั้นได้ นั้นดี นั้นเก๋ ; นั่นเป็นอันธพาลผีสิง. แล้วเรื่องต่อไปมันจะเป็นอย่างไร ; เราดูเอาเองก็แล้วกัน. เด็กคนนี้เป็นอย่างนี้ เด็กคนหนึ่งมันเป็นตรงกันข้าม ; อย่างนี้จะเหมือนกันไม่ได้ มันจะต้องต่างกันลิบ. ดังนั้น อยากจะขอร้องวิงวอนพวกเธอทุกคนว่า ขอให้ช่วยตั้งหน้าตั้งตาสังเกตดูเด็กบางคนที่เขาดี ๆ ให้มากสักหน่อย. อย่าไปหัวเราะเยาะเขา อย่าไปล้อเลียนเขา อย่าไปแกล้งขัดคอเขา, กลัวว่าเขาจะดีกว่าเรา แล้วก็หาทางให้มันเสื่อมเสียไป ; นี่มันก็ไม่ถูก.

          ถ้าสังเกตดูแล้วจะเห็นได้ว่า คนที่รอดตัวไปได้, เรียนได้ดี มีความเจริญเร็วนั่นเพราะเขาเป็นคนดี. คนดีในที่นี้ คือเป็นพรหมจารีที่ถูกต้อง คือไม่ประพฤติกระทำสิ่งที่มันนอกคอกนอกเรื่อง ทำแต่ในสิ่งที่มันเป็นหน้าที่โดยตรง : ขั้นแรกก็คือ ศึกษาเล่าเรียนอย่างดีที่สุด ไม่ไปเสียเวลา ไม่ต้องไปทำนั่นนี่ ไม่ต้องเปิดวิทยุพลางทำการบ้านเขียนหนังสือพลาง, เดี๋ยวนี้มีกันมาก ทำบทเรียน หรือทำการบ้าน ก็เปิดวิทยุพร้อมกันไป, มือเขียนไป ; อย่างนี้เป็นคนที่มีจิตใจเลื่อนลอย. จริงอยู่ฟังวิทยุพลาง ทำงานพลางก็ได้เหมือนกัน ; แต่มันไม่ดี. นี้เรียกว่าเราตามใจกิเลสมากเสียแล้ว, ไม่เคารพระเบียบ.

          ทีนี้ตามใจกิเลสไม่เท่าไรก็กลายเป็นนิสัย เป็นคนชอบนั่นชอบนี่ ชอบดนตรี ชอบเพลง ชอบอะไรมากขึ้น, แล้วมันก็ชอบเกินขอบเขตจนมาเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม. เหมือนกับผู้หญิงคนหนึ่ง ทีแรกนุ่งผ้าพอพ้นเข่า ละอายกระดาก ; แล้วก็ขืนทำไป. ทีนี้ก็ถกขึ้นมา ; ทีแรก ๆ รู้สึกกระดาก ทีหลังมันก็ไม่กระดาก ; แล้วไปนุ่งชุดบิกินี่ อะไรก็ได้, ไม่กระดาก ผลสุดท้ายเปลือยก็ได้ ไม่ละอาย ไม่กระดาก ; คือค่อย ๆ เลื่อนขึ้นไปทีละนิด ๆ ; แล้วเขาก็เป็นคนเหมือนเรานี่ ไม่ใช่จะเลวกว่าเรา หรือวิเศษวิโสอะไร, เขาเกิดมาในพ่อแม่ที่เป็นอย่างนี้ ในที่สุดมันก็ไม่มีความละอาย.

          ความลับในเรื่องนี้ มันมีอยู่คือ ค่อย ๆ ทำไปทีละนิด ๆ คือ เลวลงทีละนิด ; มันไม่รู้สึกหรอก. อะไร ๆ ที่ว่าทำไปทีละนิดจะไม่รู้สึก ; ถ้าเป็นไปในทางที่ดีก็ดีไป ไม่รู้สึก, ถ้าเลวก็เลวไปไม่รู้สึก. เหมือนทีแรกเราเดินเท้าเปล่าไม่ได้, ปวด. แต่ถ้าเราขยันเดินไป มันก็เดินได้ทีหลัง ; หินขรุขระก็เดินได้ไม่ปวด เป็นไปในทางดี มันต่อต้านได้เอง. ดังนั้น ขอให้อดทนให้มีความดี ไปในทางดี คืออดทนให้มันดี ไปในทางดี. อย่าให้มันค่อย ๆ รุดไปในทางหน้าด้าน ไม่ละอาย, ไม่มีหิริโอตตัปปะ แม้เป็นผู้หญิงก็ไม่ละอายยังทำได้อย่างนั้น ; พวกผู้ชายก็ไปก้มหัวบูชาคนที่นุ่งผ้าน้อย, หรือคนไม่ละอายนั่น. นี่พวกวัยรุ่นผู้ชายต้องระวังให้ดี อย่าไปบูชาสิ่งชนิดนั้น ; มันจะเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง, แล้วก็จะมีการเรียนที่เลว.

          วัยรุ่นผู้หญิงก็เหมือนกัน ก็ต้องระวังอย่างเดียวกัน ; คือจะต้องมีระเบียบวินัย มีกฎเกณฑ์อะไรเป็นหลัก, แล้วก็ประพฤติอย่างดีที่สุด. อย่าเพ่อแหกคอกแหกวินัยกฎระเบียบ ; ถ้าทำอะไรผิดระเบียบแล้ว จะต้องละอาย ให้รู้จักละอายให้มาก นี่เรียกว่าจิตใจมันยังอยู่ในความดี อยู่ในขอบเขตของความดี ; พอไม่ละอายต่อความผิด ก็ถือว่าเลวแล้ว เป็นผู้ชั่วไปแล้ว.

          นี่คือปัญหาวัยรุ่น ไม่ใช่อย่างอื่น ; อย่าไปหวังอย่างอื่น. เรื่องเล่าเรียน เรื่องไม่ได้เล่าเรียนนั้น มันไม่ใช่ปัญหา, ปัญหามันอยู่ที่ แม้มีที่เล่าเรียน มันก็เรียนไม่ได้ ; หรือเรียนได้อย่างเลว. บางคนก็ซัดไปว่า ไม่มีเงิน พ่อแม่จนเรียนไม่ได้ ไม่ได้เรียน ; นี่มันก็โง่ มันก็โกหกด้วย. เราไปเห็นคนที่พ่อแม่ไม่มีเงินเลย ไม่ได้ส่งเสียเลย เขายังเรียนกันได้จนสำเร็จ, และดีกว่าเด็กที่พ่อแม่เงินมากส่งเสียเสียอีก ; คือว่าเขา ตั้งต้นดี จนทุกคนเอ็นดูสงสาร ทำให้มีคนช่วย พระเณรช่วย เขาก็ได้เล่าเรียนดีเสียอีก ดีไปกว่าพวกแรก, ได้ผลดี โดยไม่ต้องใช้เงินมาก ใช้เงินน้อย หรือแทบจะไม่ได้ใช้เลย.

          คนที่ตั้งตนดี การเรียนของเขากลับดี ดีกว่าเด็กที่พ่อแม่มีเงินมาก ส่งเสริมมาก. เด็กที่เรียนไม่ดีแล้วยังหลอกต้มพ่อแม่สุกแล้วสุกอีก ; ในที่สุดมันก็เละเหลวพ่อแม่ก็เดือดร้อน. ไปเรียนในกรุงเทพฯ ก็หลอกพ่อแม่ตลอดเวลา, พ่อแม่ส่งเงินไปให้ถลุง เพราะท่านไม่รู้ ; การเรียนก็เลว. พ่อแม่ก็เกิดความลำบากเดือดร้อนเป็นหนี้เป็นสิน ; นี่เป็นอย่างนี้. ทีแรกก็รักพ่อแม่ ทำไม่ลง, มันทำไม่ลงในทันที ; แต่แล้ว มันค่อย ๆ ทำได้ทีละนิด ๆ ; มันไปคบเพื่อนชั่ว, มันทำได้ทีละนิด ๆ จนเรียกว่าทำอย่างต้มพ่อแม่สุกเปื่อยก็ทำได้, นี่เขาเรียกว่า ไม่บังคับตัวด้วย, เพราะไปคบเพื่อนชั่วด้วย, มันก็อย่างนี้เอง.

          นี่คือปัญหาวัยรุ่น ; ไม่ใช่ปัญหาไม่มี่เงิน หรือไม่มีที่เรียน ไม่มีการเรียน. ถ้าดีจริงจะต้องมีที่อยู่ที่เรียน มีโอกาสประพฤติตนเป็นคนดี, และจะต้องมีโอกาสช่วยได้. เดี๋ยวนี้เหลวไหล ก็ไปแก้ตัวว่า ไม่มีที่เรียน ไม่มีเงินเรียน ไม่มีใครช่วย ; ใครจะไปช่วยคนเลว ๆ แบบนั้น, เทวดาก็ไม่ช่วย, ผีก็ไม่ช่วย คนเลวแบบนั้น ; อย่าว่าแต่คนจะช่วย. เพราะฉะนั้น เราจะต้องทำตัวให้เป็นคนดี มนุษย์ก็เอ็นดูสงสาร ; แม้เทวดาถ้ามี ก็เอ็นดูสงสาร ; แม้แต่ผีซึ่งเป็นสัตว์ที่เลวมันก็ยังเห็นด้วย ว่าคนนี้ดี. มันยังจะเอาใจช่วยได้เหมือนกัน. เพราะฉะนั้นปัญหาวัยรุ่นนี้ มันอยู่ตรงที่ไม่ประพฤติดี นี้ไม่ใช่อยู่ที่ไม่มีอะไร หรือว่าบ้านเราไม่มีมหาวิทยาลัยพอ หรืออะไร.

          สรุปสั้น ๆ ปัญหาเรื่องวัยรุ่น คือบังคับตัวเองไม่ได้ ; นี่คือความล้มเหลวของวัยรุ่น คือบังคับตัวเองไม่ได้. จำแต่คำนี้คำเดียวไว้ก่อนว่า : มันบังคับตัวเองไม่ได้ ; บังคับตัวเองให้เป็นพรหมจารีที่ดีไม่ได้, บังคับให้เป็นนักเรียนที่ดีไม่ได้. บังคับตัวเองไม่ได้ เพราะเหตุอะไรบ้าง ก็มีหลายอย่าง :

          เช่น คบเพื่อนชั่ว ทำให้บังคับตัวเองไม่ได้ แล้วไม่พยายามจะบังคับ ; เพราะมันบังคับตัวเองไม่ได้ มันบังคับตัวเองให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ก็ไม่ได้, จะบังคับตัวเอง อย่าไปคบเพื่อนชั่ว มันก็บังคับไม่ได้. ลงได้บังคับจิตใจตัวเองก็ไม่ได้, คืออย่าทำเลว ก็บังคับไว้ไม่ได้, พออยากสูบบุหรี่ สูบ, อยากดูหนัง ดู, อยากไปทำอะไร ทำ, โดยไม่ต้องมีเหตุผลว่าควรหรือไม่ควร, ที่ถูก เราจะทำอะไร เราต้องมีเหตุผล, อยู่ในอำนาจของเหตุผลเสียก่อนว่าควรหรือไม่ควร. แต่ง่ายกว่านั้นคือ พ่อแม่นั้นดีที่สุด ; อย่าอวดดีว่าเราเข้าโรงเรียน เราเก่งกว่าพ่อแม่, พ่อแม่โง่. อย่านึกอย่างนั้นเป็นอันขาด ; ไปถามเถอะว่า อะไรควรทำไม่ควรทำ พ่อแม่จะบอกได้ดีที่สุด ; เพราะเขาเกิดก่อนเรามาก. อย่าดูถูกพ่อแม่ และอย่าถึงขนาดว่าต้มพ่อแม่ให้สุก.

          นี่ความสำคัญมันอยู่ที่ความเคารพบิดามารดา ครูบาอาจารย์ หรือคนที่ควรเคารพ ; มันก็เลยบังคับตัวเองได้. เมื่อบังคับตัวเองได้ ก็อยู่ในร่องในรอยของความดี ทั้งการเรียนก็ได้ดี ความประพฤติดี คนรักใคร่ เอ็นดูสงสารมาก ; เรียกว่าสังคมดี มันก็มีความเจริญ เท่านั้น.

          ขอให้ไปบังคับตัวเองให้ได้ เพื่อประโยชน์สัก ๔-๕ อย่างก็พอ : คือเพื่อให้เป็นบุตรที่ดีของบิดามารดาให้ได้ ให้ เป็นศิษย์ที่ดี ของครูบาอาจารย์ให้ได้, ให้เป็นเพื่อนที่ดี ของเพื่อนให้ได้, ให้เป็นพลเมืองที่ดี ของประเทศชาติให้ได้, ให้ เป็นพุทธบริษัท หรือพุทธมามกะ ที่ดีของพระพุทธเจ้าให้ได้. นี่เรียกว่า ๕ ดี เป็นบุตรที่ดีของบิดามารดา, เป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์, เป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อนด้วยกัน, เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ, และเป็นพุทธมามกะ พุทธบริษัทที่ดีของศาสนาของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นถ้าเธอจำดี ทั้ง ๕ ดีนี้ไว้ได้ ; ปัญหาวัยรุ่นหมด ; แต่ว่าทั้งหมดนั้นมันขึ้นอยู่ที่บังคับตัวเอง.

          ถ้าบังคับตัวเองไม่ได้ มันจะดี ๕ อย่างนี้ไม่ได้, ถ้าบังคับตัวเองได้ มันจะดีได้ทั้ง ๕ อย่างนี้ : เป็นลูกที่ดี เป็นศิษย์ที่ดี เป็นเพื่อนที่ดี เป็นพลเมืองที่ดี เป็นพุทธมามกะที่ดี. เพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดสนใจ ที่ว่าจะแก้ปัญหาของตัวในวัยรุ่นก็จงจำคำ ๕ คำนี้ ๕ ดีนี้ไว้ให้ได้ ; แล้วก็จำคำที่ว่า ได้หรือไม่ได้. มันอยู่ที่การบังคับตัวเองได้หรือไม่ได้. ถ้าบังคับตัวเองได้ มันก็ต้องดี, บังคับไม่ได้ มันก็ดีไปไม่ได้.

          ขอให้สนใจใน ๕ อย่างนี้ ให้มากเป็นพิเศษ, ถามตัวเองอยู่อย่าง โดยตรงไปตรงมา ไม่ลำเอียงว่า : เราเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่หรือยัง ? ต้องถามด้วยความซื่อตรง, ต้องตอบด้วยความซื่อตรง. เราอยู่คนเดียวไม่ต้องมีใครได้ยิน กูเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่หรือยัง ? ถ้ามันเลวข้อไหนก็เขกหัวมันเข้า. บุตรที่เลวคือว่าเหลวไหลในการเรียน, ขี้เกียจในการเรียน ; ก็เขกหัวมันได้, เป็นเจ้าชู้ตั้งแต่เล็ก ก็เขกหัวมันเข้า, ใช้เงินของพ่อแม่ ที่ได้มาด้วยเหงื่อไคลนั้นเปลือง ไม่เห็นใจไม่สงสาร ก็เขกหัวมันเข้า. ตัวหาเงินยังไม่ได้ก็ไปใช้สุรุ่ยสุร่าย. เรื่องการสูบบุหรี่ เรื่องดูหนังนี่ ตัวหาเงินยังไม่ได้ ; แต่ก็ใช้เงินของพ่อแม่ ที่หามาด้วยเหงื่อไคล ; อย่างนี้มันใช้ไม่ได้.

          ทดสอบอย่างนี้ : เราเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่หรือยัง ? เราเป็นศิษย์ที่ดี ; ของครูบาอาจารย์หรือยัง ? รู้ได้ง่าย ๆ เดี๋ยวนี้ที่นี่ แม้ในห้องเรียน ในอะไรก็รู้ได้ ; เป็นผู้ซื่อตรงต่อระเบียบวินัย คำสั่ง การบังคับบัญชา เป็นศิษย์ที่ดี. นี่โดยมากยังรวมหัวกันเพื่อแอนตี้ครูบาอาจารย์ก็มี, เรียกครูบาอาจารย์ว่าไอ้ ว่าอีก็มี,พอโกรธขึ้นมามันก็ลำบากกันไปหมด ; ยิ่งครูอาจารย์เป็นหญิงด้วย นักเรียนเป็นผู้ชายอย่างนี้ มันยากที่จะดีได้ ; เพราะฉะนั้นต้องระวัง เมื่อปัญหามันมีขึ้นมา.

          ทีนี้เป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อน ถ้าเป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อน มันชกต่อยกันไม่ได้ นี่ยังมีด่า มีตี มีชกมีต่อย อะไรกันอยู่ก็พิสูจน์อยู่ในตัวแล้ว ; ยังยิ่งมีมึง ๆ กู ๆ กันอยู่ก็เป็นเพื่อนดีต่อกันไม่ได้.

          นี่เรื่องของเด็ก ๆ : เป็นลูกที่ดี เป็นศิษย์ที่ดี เป็นเพื่อนที่ดี ; ทีนี้พอโตหน่อยมันยังเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ เป็นพุทธมามกะที่ดีของพระพุทธศาสนาด้วย แล้วจึงค่อยศึกษาต่อไป.

          ขอให้ถือว่าปัญหาวัยรุ่นนี้แก้ได้ ด้วยการดี ๆ สัก ๕ อย่างนี้ : ลูกที่ดี ศิษย์ที่ดี เพื่อนที่ดี พลเมืองที่ดี พุทธมามกะที่ดี ; นี่ได้เพียง ๕ อย่างนี้ แก้ปัญหาวัยรุ่นทั้งหมดได้เลย. ผิดจากนี้เป็นอันธพาล, เป็นวัยรุ่นอันธพาล. ดีทั้ง ๕ อย่างนี้ ได้มาโดยการบังคับตัวเอง อดกลั้นอดทน บังคับตัวเอง ; มีสัจจะ จริงใจ ที่จะทำให้ดี, มีทมะ บังคับตัวเองทำให้ดี, มีขันติ อดทนเมื่อจะต้องอดทน ; การทำดีมันต้องทน ไม่มีการทำดีที่ไหนที่ไม่ต้องทน ยิ่งดีมากยิ่งต้องทนมาก, มีจาคะ ละสิ่งเลว ๆ สิ่งใด ละออกไป, สิ่งใดเลว ละออกไป นี่เรียกว่า จาคะ คือละ ; ก็เป็นคนดีได้ตามความปรารถนา.

          ปัญหาวัยรุ่นหมดไป เพราะดี ๕ ดีนี้. ทำได้ด้วยมีความจริงใจ คือมีสัจจะ บังคับตัวเอง คือมีทมะ มีความอดทน คือมีขันติ สละความชั่ว คือมีจาคะ. นี่พระพุทธเจ้าสอน สำเร็จอยู่ที่การบังคับตัวเอง คืออดทนนั่นแหละ, นอกนั้นมันแวดล้อมความบังคับตัวเอง, สำเร็จอยู่ที่การบังคับตัวเอง.

          ถ้าเราไม่มีจริงใจ เราก็ไม่บังคับตัวเอง, เราไม่อดทน เราก็บังคับอยู่ไม่ได้. เราไม่สละความชั่วเสียบ้าง เราก็บังคับไม่ไหว, มันกดดันสูงมากไป. ดังนั้นขอให้มี สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ บังคับตัวเองให้ได้, ให้เป็นคนดี ๕ ประการ. ปัญหาวัยรุ่นหมดจะมีการเรียนก็ดี ความประพฤติก็ดี สังคมก็ดี ; คนทุกคนจะรักจะเอ็นดู ผีสางเทวดา ถ้ามีก็เอ็นดู, ไม่มีก็แล้วไป, ถ้ามีก็จะเอ็นดูแก่คนเด็ก ๆ ชนิดนี้.

          การที่ขอร้องให้พูดเรื่องเกี่ยวกับปัญหาของคนวัยรุ่นก็พูด อย่างนี้, แล้วก็พูดตรง ๆ อย่างนี้ ไม่ต้องเสียเวลาอ้อมค้อม แล้วก็ ไม่ได้พูดระบุเฉพาะพวกเธอที่นั่งอยู่ที่นี่ ระบุวัยรุ่นทั้งโลกเลย ไม่ใช่แต่ประเทศไทย มีปัญหาอย่างเดียวกันหมด. โลกกำลังจะล่มจมเพราะว่าวัยรุ่นเป็นอันธพาลมากขึ้น, โลกทั้งโลกกำลังจะล่มจม เพราะ ว่าวัยรุ่นเป็นอันธพาลมากขึ้น ในประเทศเราก็เหมือนกัน ประเทศอื่นก็เหมือนกัน เมื่อมันเกิดแบ่งแยกกันเป็น ๒ พวกอย่างนี้แล้ว ; เราอยู่ฝ่ายนี้เถอะ อยู่ฝ่ายที่พระพุทธเจ้าแนะนำนี้ อยู่ฝ่ายดี ; อย่าไปอยู่ฝ่ายที่บาปหรือกิเลส หรือผีหรือพญามารมาแนะนำเลย.

          ก็เป็นอันว่า ได้พูดโดยหัวข้อเกี่ยวกับ ความรอดตัวของวัยรุ่น อย่างครบถ้วนโดยหัวข้อ โดยแนวสังเขป, รายละเอียดก็ไปคิดเอาเองได้ไม่ยาก ; ถ้าไม่ลืมหัวข้อเหล่านี้เสีย. ถ้าลืมหัวข้อเหล่านี้เสีย ก็เป็นอันเลิกกัน.
กิ่งธรรมจาก http://www.buddhadasa.org

No comments:

Post a Comment