Monday, February 6, 2012

ธรรมนูญชีวิต

ธรรมนูญชีวิต
โดย  พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)


เนื่องจากจะถึงวันที่เขาเรียกว่าวันแหงความรัก  การสร้างครอบครัวให้เป็นครัวแห่งความรัก เป็นสิ่งจำเป็นยิ่ง หลักการต่อไปนี้ สมควรที่จะน้อมนำมาปฏิบัติในครอบครัว
 
ตอน ครอบครัว
  คู่ครองที่ดี ที่จะเป็นคู่ร่วมชีวิตกันได้ นอกจากกามคุณแล้ว ควรมีคุณสมบัติ และประพฤติตามข้อปฏิบัติ ดังนี้
       ก. คู่สร้างคู่สม มีหลักธรรมของคู่ชีวิต ที่จะทำให้คู่สมรสมีชีวิตสอดคล้องกลมกลืนกัน เป็นพื้นฐานอันมั่นคงที่จะทำให้อยู่ครองกันได้ยืดยาว เรียกว่า สมชีวิธรรม ๔ ประการ คือ
          ๑. สมสัทธา มีศรัทธาสมกัน เคารพนับถือในลัทธิศาสนา สิ่งเคารพบูชาแนวความคิดความเชื่อถือ หรือหลักการต่าง ๆ ตลอดจนแนวความสมใจอย่างเดียวกัน หนักแน่นเสมอกันหรือปรับเข้าหากัน ลงกันได้
          ๒. สมสีลา มีศีลสมกัน มีความประพฤติ ศึลธรรม จรรยา มารยาท พื้นฐานการอบรม พอเหมาะสอดคล้อง ไปกันได้
          ๓. สมจาคา มีจาคะสมกัน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความโอบอ้อมอารีความมีใจกว้าง ความเสียสละ ความพร้อมที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น พอกลมกลืนกัน ไม่ขัดแย้งบีบคั้นกัน
          ๔. สมปัญญา มีปัญญาสมกัน รู้เหตุรู้ผล เข้ากัน อย่างน้อยพูดกันรู้เรื่อง

      ข. คู่ชื่นชมคู่ระกำ หรือ คุ่บุญคู่กรรม คือ คูครองที่มีคุณธรรม ลักษณะนิสัยความประพฤติปฏิบัติการแสดงออกต่อกันที่ทำให้เกื้อกูลกันหรือถูกกันก็มี ต้องยอมทนกันหรืออยู่กันอย่างขมขื่น ก็มีในกรณีนี้ท่านแสดง ภรรยา ประเภทต่าง ๆ ไว้ ๗ ประเภท คือ
          ๑. วธกาภริยา ภรรยาเยี่งเพชฌฆาต คือภรรยาที่มิได้อยู่กินด้วยความพอใจ ดูหมิ่น และคิดทำลายสามี
          ๒. โจรีภริยา ภรรยาเยี่ยงโจร คือ ภรรยาชนิดที่ล้างผลาญทรัพย์สมบัติ
          ๓. อัยยาภริยา ภรรยาเยี่ยงนาย คือ ภรรยาที่เกียจคร้าน ไม่ใส่ใจการงานปากร้าย หยาบคาย ชอบข่มสามี
          ๔. มาตาภริยา ภรรยาเยี่ยงมารดา คือ ภรรยาที่หวังดีเสมอ คอยห่วงใยเอาใจใส่ สามีหาทรัพย์มาได้ก็เอาใจใส่คอยประหยัดรักษา
          ๕. ภคินีภริยา ภรรยาเยี่ยงน้องสาว คือ ภรรยาผู้เคารพรักสามี ดังน้องรักพี่มีใจอ่อนโยน รู้จักเกรงใจ มักคล้อยตามสามี
          ๖. สขีภริยา ภรรยาเยี่ยงสหาย คือ ภรรยาที่เป็นเหมือนเพื่อน มีจิตภักดี เวลาพบสามีก็ร่าเริงยินดี วางตัวดี พระพฤติดี มีกิริยามารยาทงามเป็นคู่คิดคู่ใจ
          ๗. ทาสีภริยา ภรรยาเยี่งนางทาสี คือ ภรรยาที่ยอมอยู่ใต้อำนาจสามีถูกสามีตะคอกตบตี ก็อดทน ไม่แสดงความโกรธตอบ
     ท่านสอนให้ภรรยาสำรวจตนว่า ที่เป็นอยู่ตนเป็นภรรยาประเภทไหนถ้าจะให้ดี ควรเป็นภรรยาประเภทใด
     สำหรับชายอาจใช้เป็นหลักสำรวจอุปนิสัยของตนว่าควรแก่หญิงประเภทใดเป็นคู่ครอง และสำรวจหญิงที่จะเป็นคู่ครองว่าเหมาะกับอุปนิสัยตนหรือไม่
     แม้สามีก็ย่อมมีหลายประเภท พึงเทียบเอาจากภรรยาประเภทต่าง ๆเหล่านั้น

       ค. คู่ศีลธรรมคู่ความดี เอาหลักธรรมสำหรับการครองเรือนคือ ฆราวาสธรรม ๔ ประการมาใช้ต่อกันในบ้านด้วย ดังนี้
          ๑. สัจจะ ความจริง คือ ซื่อสัตย์ต่อกัน ทั้งจริงใจ จริงวาจา และจริงในการกระทำ
          ๒. ทมะ ฝึกตน คือ รู้จักควบคุมจิตใจ ฝึกหัดดัดนิสัยแก้ไขข้อบกพร่องข้อขัดแย้ง ปรับตัวปรับใจเข้าหากันและปรับปรุงตนให้ดีงามยิ่งขึ้นไป
          ๓. ขันติ อดทน คือ มีจิตใจเข้มแข็งหนักแน่น ไม่วู่วาม ทนต่อ ความล่วงล้ำก้ำเกิน กัน และร่วมกันอดทนต่อความเหนื่อยยากลำบากตราตรำฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน
          ๔. จาคะ เสียสละ คือ มีน้ำใจ สามารถเสียสละความสุขสำราญความพอใจส่วนตนเพื่อคู่ครองได้ เช่น อดหลับอดนอนพยาบาลกันในยามเจ็บไข้ เป็นต้น ตลอดจนมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อญาติมิตรสหายของคู่ครอง ไม่ใจแคบ
ง. คู่ถูกหน้าที่ต่อกัน สงเคราะห์ อนุเคราะห์กัน ตามหลักปฏิบัติในทิศ ๖ ข้อที่ว่าด้วย ทิศเบื้องหลัง คือ

     สามีปฏิบัติต่อภรรยา โดย
          ๑. ยกย่องให้เกียรติสมฐานะที่เป็นภรรยา
          ๒. ไม่ดูหมิ่น
          ๓. ไม่นอกใจ
          ๔. มอบความเป็นใหญ่ในงานบ้าน
          ๕. หาเครื่องแต่งตัวมาให้เป็นของขวัญตามโอกาส
     ภรรยาอนุเคราะห์สามี โดย
          ๑. จัดงานบ้านให้เรียบร้อย
          ๒. สงเคราะห์ญาติมิตรทั้งสองฝ่ายด้วยดี
          ๓. ไม่นอกใจ
          ๔. รักษาทรัพย์สมบัติที่หามาได้
          ๕. ขยับ ช่างจัดช่างทำ เอางานทุกอย่าง

      จ. พ่อบ้านเห็นใจภรรยา สตรีมีความทุกข์จำเพราะตัวอีกส่วนหนึ่ง ต่างหากจากผู้ชาย ซึ่งสามีพึงเข้าใจ และพึงปฏิบัติด้วยความเอาใจใส่ เห็นอกเห็นใจ คือ
          ๑. ผู้หญิงต้องจากหมู่ญาติมาอยู่กับตระกูลของสามี ทั้งที่ยังเป็นเด็กสาวสามีควรให้ความอบอุ่นใจ
          ๒. ผู้หญิงมีระดู ซึ่งบางคราวก่อปัญหา ให้เกิดความแปรปรวนทั้งใจกายฝ่ายชายควรเข้าใจ
          ๓. ผู้หญิงมีครรภ์ ซึ่งยามนั้นต้องการความเอาใจใส่บำรุงกายใจเป็นพิเศษ
          ๔. ผู้หญิงคลอดบุตร ซึ่งเป็นคราวเจ็บปวดทุกข์แสนสาหัส และเสี่ยงชีวิตมาก สามีควรใส่ใจเหมือนเป็นทุกข์ของตน
          ๕. ผู้หญิงต้องคอยปรนเปรอ เอาใจฝ่ายชาย ฝ่ายชายไม่ควรเอาแต่ใจตัว พึงซาบซึ้งในความเอื้อเฟื้อและมีน้ำใจตอบแทน 
*******
 เพาะธรรมจาก http://www.dhammathai.org 
ภาพจาก http://pencildraw2475.blogspot.com

No comments:

Post a Comment