Wednesday, February 8, 2012

ของเล่น - ของจริง ในสวนโมกข์ ตอนสร้างธรรม

ของเล่น - ของจริง
(ในสวนโมกข์ ตอนสร้างธรรม)
โดย พุทธทาภิกขุ


        เมื่อกล่าวมาแล้ว ถึงตอนนี้ ฉันอยากจะพูดถึงเรื่องของเล่นบ้าง เท่าที่มันเกี่ยวกับภิกษุสามเณรผู้เป็นนักศึกษา.
          การเล่น หรือ ของเล่น นั้น ดูเหมือนเป็นสิ่งที่คู่กันมากับมนุษย์อย่างที่จะแยกกันไม่ได้เป็นอันขาด. แม้พวกที่ขัดสนที่สุด ก็ยังมีการเล่นหรือเสียสละเพื่อเล่น. คนมีทรัพย์ก็เล่นสิ่งของแพง, ฆราวาสก็เล่น บรรพชิตก็เล่น เมื่อเล่นของถูก ๆ หรือวัตถุที่มีความงามตามธรรมชาติไม่สนุกก็เล่นของแพง ๆ เช่นเครื่องลายครามและเจียระไน. พระอริยเจ้าท่านก็ยังเล่น คือเล่นฌานและเล่นสมาบัติ อันได้แก่การเข้าฌานเล่นแปลก ๆ ออกฌานนั้นเข้าฌานนี้อย่างโลดโผนที่สุด เหมือนพวกนักกีฬาที่ซ้อมกีฬายาก ๆ ของตน หรือประดิษฐ์ท่าทางแปลก ๆ ใหม่ ๆ ขึ้นแล้วก็สนุกสนานกัน.
        เมื่อเป็นดั่งนี้ พวกที่ยังเพิ่งบวช หรือไกลต่อการเข้าฌานเล่า จะเล่นอะไรกัน? ฉันแนะให้เณรเล็ก ๆ เล่นสิ่งที่เกี่ยวกับการศึกษา หาความรู้รอบตัว ให้คอยศึกษาอย่างละเอียดถึงธรรมชาติรอบ ๆ ตัว จากนก จากปลา ต้นไม้ ดอกไม้ เพื่อเรียนรู้เรื่องการสืบพันธุ์ การงอก การเจริญเติบโต ตามแนวที่เคยศึกษามาจากตำราฝ่ายชีววิทยาให้ละเอียดยิ่งขึ้น ๆ ตามลำดับเท่าที่ตนจะทำได้. ยิ่งสิ่งที่เห็นได้ยาก ๆ เช่นเรื่องของปลวก ของไส้เดือนก็ยิ่งต้องเฝ้าดูกันเป็นเวลานาน ๆ.
          บางทีก็แนะให้เล่นเกี่ยวกับงานก่อสร้าง รู้จักใช้และทำเครื่องมือเพื่อสะดวกในการที่จะเล่นหรือทำงานจริง ๆ อย่างอื่น ๆ ในวันข้างหน้า. เครื่องอุปกรณ์เกี่ยวกับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ เรื่องเสียง แสง ไฟฟ้า กลศาสตร์ เหล่านี้ ก็แนะให้หามาเล่นตามที่จะหาได้ ให้ทดลองทำดูตามที่จะทำได้ ตามที่จะพาเที่ยวดูได้. แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่เป็นของเล่นโดยตรง ก็ยังสามารถทำกำลังงานของสัญชาตญาณที่รักของเล่น หรือการเล่น ให้ร่อยหรอไปได้ เป็นการสับเปลี่ยนเอามาใช้ในทางเป็นของจริงและเป็นการศึกษาเสีย ก็ไม่ทำความเดือดร้อนให้แก่จิตใจ ได้ผลดีอยู่เหมือนกัน.
ภิกษุสามเณรที่เป็นรุ่นใหญ่ขึ้นมา ก็แนะให้รู้จักสังเกตสูงขึ้นมาแต่ก็ไม่พ้นไปจากการคลุกคลีกันกับธรรมชาติ จนบอกไม่ได้ว่าเป็นของเล่นหรือของจริง. การคุย, การถกเถียงปัญหา การหัดใช้เสียงตามหลักแห่งอักษรศาสตร์ การหัดแสดงธรรม เหล่านี้ ถ้ารู้จักจัดให้ลึกซึ้งก็สนุกดีริบเวลาที่จะไปเล่นเหลวไหลอย่างอื่น ๆ มาให้หมด.
          การไม่ได้หัวเราะเสียเลย หรือไม่มีเวลารู้สึกสนุกเพลิดเพลินเสียเลยนั้น คงจะทำให้เส้นประสาท หรือกล้ามเนื้อบางส่วนแห้งตีบ และกลายเป็นคนไม่สมประกอบไปบางส่วนก็เป็นได้ หรือจะเปิดโอกาสให้แก่โรคภัยบางอย่างโดยตรงก็ได้. ฉะนั้นแม้ในวงผู้ฝึกฝนการปฏิบัติธรรม ก็จะต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ลุล่วงไปด้วยดีเหมือนกัน, จะถือว่าเป็นสิ่งนอกเรื่องไม่ได้. ผลของการเป็นอยู่ในสำนักบางสำนัก ปรากฏเป็นการเจ็บไข้, การวิกลจริต, และความคิดนึกที่แคบไม่สมบูรณ์ไปเสียนั้น ฉันเห็นว่าอาจมีขึ้นเพราะการละเลยในเรื่องนี้เสียเกินไป ไม่มากก็น้อย. เพื่อนนักศึกษาหรือผู้จะจัดตั้งสำนักศึกษาตามแบบนี้ ควรนึกดูให้ดีด้วย.


         เมื่อพูดถึงการเล่นแล้ว ควรจะพูดถึงของจริงหรืองานจริง ติดต่อกันไป.
          พวกเราที่นี่ ที่สามารถช่วยตัวเองได้ในส่วนวิชาความรู้ ก็ตั้งหน้าระมัดระวังการเป็นอยู่ในวันหนึ่ง ๆ ของตน ๆ ให้มีความสว่างไสว มีความสุขและบริสุทธิ์เท่าที่จะทำได้. พวกที่ยังต้องรับคำแนะนำสั่งสอน ซึ่งเป็นภิกษุสามเณรชุดพิเศษ ก็ตั้งใจในการที่จะทำตามคำแนะนำสั่งสอน.
          ทุกคนสำนึกในหลักที่เราถือเป็นสรณะ คือ เรียนมาก, ทำงานมาก, กินอยู่ง่าย, อดทนและบริสุทธิ์, ปรารถนาสูงในการบำเพ็ญประโยชน์ทั้งแก่ตนและผู้อื่น.
          สิ่งที่เราย้ำกันให้นึกถึงอยู่เป็นประจำวัน ก็คือพยายามผ่านสิ่งต่าง ๆ ไปด้วยความระมัดระวังสังเกตอย่างละเอียดลออ ไม่ว่าจะเป็นการกิน การนอน การได้พบ ได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง การเล่น การเที่ยว การสมาคม ฯลฯ ทุกอย่างควรจะถือเป็นการศึกษาไปหมด เพื่อช่วยให้รู้จักสิ่งทั้งปวงตามที่เป็นจริงเร็วเข้า จนไม่เที่ยวติดอยู่ในสิ่งใด ๆ และไม่มีทุกข์ ขยันทำงานเพียงเพื่อเป็นหน้าที่ของสังขารที่ยังไม่แตกดับ ให้มีความฉลาดรอบรู้เกิดขึ้นทุก ๆ อิริยาบถที่เคลื่อนไหว จนกว่าจะรู้สิ่งที่สูงสุด ไม่มีอะไรรบกวนความอยากรู้อีกต่อไป.
          ที่สวนโมกข์เรามีหอสมุดน้อย ๆ ต่างหาก จากหอสมุดธรรมทานที่ตั้งอยู่ที่ตำบลตลาด. ห้องสมุดที่สวนโมกข์มีหนังสือธรรมและบาลี นับตั้งแต่พระไตรปิฎกและอรรถกถาลงมาจนถึงแบบเรียนนักธรรม, และยังมีหนังสือแบบเรียนสามัญศึกษาบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับพระเณรรุ่นเล็ก.
          เมื่อเวลาว่างในบางฤดู สำหรับบางคนได้เรียนวิชาสามัญศึกษา ประเภทที่ช่วยให้เกิดความเฉียบแหลมเฉลียวฉลาด เช่นวิชาคำนวณ กระทั่งวรรณคดี. ในเรื่องนี้เราถือว่าภิกษุสามเณร ที่จะมีความรู้พอตัวหรือคล่องแคล่ว ควรผ่านความรู้รอบตัวที่จะช่วยให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไรมาบ้างเสียก่อน การนั่งคิดนอนคิดคนเดียวของตนจะได้แล่นไปถูกทาง. เรียนแต่หลักสูตรของพระเณร เท่าที่ตั้งไว้ในสมัยนี้อย่างเดียวนั้นไม่พอโดยแน่นอน, และเหมาะแต่ผู้ที่ได้ผ่านโลกมาแล้วเท่านั้น.
          ถ้าจะกล่าวอีกอย่างหนึ่งให้ถูกต้องที่สุด ก็ต้องกล่าวว่า หลักสูตรการศึกษานั้น ถ้าทำได้ควรจัดเฉพาะคนเป็นคน ๆ ไป เป็นดีกว่าอย่างอื่น.

          เมื่อมีเวลาว่าง ก็ฝึกฝนวิธีการเผยแพร่ เช่นการหัดเขียนบทประพันธ์ชนิดต่าง ๆ บางคนมีนิสัยไม่ให้แก่การนี้เสียทีเดียว แต่เมื่อได้อบรมกันอยู่นาน ๆ เข้ากับพวกที่มีนิสัย ก็ค่อยมีนิสัยขึ้นบ้างตามลำดับ. การหัดเขียนส่งไปลงพิมพ์นั้นช่วยให้เขียนเป็นเร็วกว่าอย่างอื่น.
          การออกหนังสือพิมพ์อ่านกันเองแต่ในหมู่ผู้แรกศึกษาด้วยกันนั้น ฉันส่งเสริมอยู่เสมอ ๆ ในสมัยที่กระดาษยังร่ำรวย. บางคนยังมีเวลาว่างพอที่จะช่วยฉันทำงานในหน้าที่ ซึ่งพอจะเรียกได้ว่าเลขานุการ หรือผู้ช่วยในการลอกคัดขีดเขียน หรือตรวจข้อความที่มีผู้ส่งมาลงหนังสือพิมพ์พุทธสาสนาของคณะธรรมทาน เป็นการหัดวิจารณ์ข้อความต่าง ๆ ไปในตัว ซึ่งช่วยให้รู้ภาษาไทยเร็วขึ้นมาก.
******* 
กิ่งธรรมจาก http://www.buddhadasa.org

No comments:

Post a Comment