Monday, April 30, 2012

ชีวิตทั้งหมดให้อยู่ด้วยอานาปานสติ

เพาะธรรม เพาะสติ ...
ชีวิตทั้งหมดให้อยู่ด้วยอานาปานสติ

โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก 

   ตราบ ที่ยังมีลมหายใจอยู่ จงอยู่ด้วยอานาปานสติ อย่างพระพุทธเจ้า จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน จะกิน ดื่ม ขับถ่าย ทำครัว ทำความสะอาดบ้าน ขับรถ ทำงานทุกชนิด ให้อยู่กับอานาปานสติ เดินเล่น พักผ่อน ก็ทำอานาปานสติได้ พูดได้ว่า ชีวิตทั้งหมดนี้ให้อยู่ด้วย อานาปานสติ
    เจริญอานาปานสติ เพื่อเป็นการรักษาใจให้เป็นปกติ ให้ใจเป็นศีล โดยเพียงแต่กำหนดรู้ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ติดต่อกันอย่างต่อเนื่องและอย่างสม่ำเสมอ ไม่ลืม ไม่เผลอ แม้แต่ขณะที่เห็นรูป ได้ยินเสียง ได้ดมกลิ่น ได้รู้รส ได้สัมผัส
    การกำหนดรู้ ต้องอาศัยจิตใจที่สงบ จึงจะสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะฝึกอานาปานสติ ต้องพยายามปล่อยวางความคิดต่าง ๆ พยายามทำใจให้นิ่งให้สงบเสียก่อน แม้จะเป็นความสงบเพียงชั่วคราวก็ตาม
    อานาปานสติ ทำได้ในอิริยาบถทั้ง 4 คือ ยืน เดิน นั่ง นอน ให้มีสติระลึกรู้ทุกครั้งที่ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ติดต่อกัน โดยเฉพาะช่วงที่ปรารภความเพียรทำได้ 24 ชั่วโมงในวันหนึ่งทีเดียว หรือเว้นเฉพาะขณะหลับเท่านั้น
    อานาปานสติ สามารถเจริญเป็น สมถกรรมฐาน ให้สมบูรณ์ได้
    อานาปานสติ สามารถเจริญเป็น วิปัสสนากรรมฐาน ให้สติปัฏฐาน 4 สมบูรณ์ ได้
    ในอิริยาบถบางอย่างไม่สะดวกที่จะเจริญอานาปานสติหรือกำหนดรู้ลมหายใจ เช่น ขณะที่กำลังขับรถบนถนน บนทางด่วน เราไม่ต้องกังวล คือไม่ต้องระลึกถึงลมหายใจ แต่ให้อยู่ในหลักอานาปานสติให้ครบถ้วนคือ
    ทำหน้าที่ในปัจจุบันให้ดีที่สุด ปัจจุบัน เป็นสำคัญ
    เรื่องอดีต ไม่สำคัญ ไม่ต้องคิดถึง
    เรื่องอนาคต ไม่สำคัญ ไม่ต้องคิดถึง
    เรื่องคนอื่น ไม่สำคัญเท่าไร โดยเฉพาะความชั่วของคนอื่น อย่าแบก
    ตัวเราเองทำดี ทำถูก นั่นแหละสำคัญที่สุด
    ขอให้ตั้งใจขับรถดีที่สุด อย่าให้เกิดอุบัติเหตุก็ใช้ได้
    ใครจะขับรถไม่ดี ไม่รักษากฎจราจร แซงตัดหน้าเรา เกือบชน เกือบมีอุบัติเหตุก็ตาม น่าโมโหอยู่ แต่ช่างมัน
    เรื่องความชั่วของเขา อย่าให้เราเกิดโมโห อย่าให้ใจเสีย อย่าให้เกิดอุบัติเหตุ
    รักษาใจเป็นปกติ ใจดี แล้วทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
    เมื่อเราเจริญอานาปานสติเป็นประจำ เราจะมีสติตลอดเวลา สามารถจัดการกับงานหลายอย่างที่เร่งรัดเข้ามาในเวลาเดียวกันได้ เพราะเมื่อรู้สึกวุ่นวาย สติจะกำกับให้กลับมาที่ลมหายใจทันที โดยอัตโนมัติ จิตจะเริ่มสงบและรับรู้สิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง ทีละอย่าง ทำให้เกิดปัญญาที่จะแก้ไข หรือจัดการกับงานเหล่านั้นให้สำเร็จทีละอย่าง และเมื่องานแล้วเสร็จ สติจะกำกับให้กลับมาที่ลมหายใจทันทีที่ว่างจากงาน เป็นการพักผ่อนด้วยอานาปานสติ

ชีวิตทั้งหมดให้อยู่ด้วยอานาปานสติ
คือ ทำหน้าที่ในปัจจุบันให้ดีที่สุด ด้วยใจ
 อานาปานสติ
* อานะ (อัสสาสะ) คือ ลมหายใจเข้า
* อาปานะ (ปัสสาสะ) คือ ลมหายใจออก
อานะ + อาปานะ คือ อานาปานะ ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก
สติ คือ ความระลึกรู้ การกำหนดรู้ในปัจจุบัน ไม่ใช่การคิด จำเอา
อานาปานสติ คือ การกำหนดรู้ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ในปัจจุบัน แต่ละขณะ
*******
กิ่งธรรมจาก http://sites.google.com/site/smartdhamma/home_happy_ana

No comments:

Post a Comment