Wednesday, May 9, 2012

ทุกศาสนามีความมุ่งหมายตรงกัน

ทุกศาสนามีความมุ่งหมายตรงกัน
โดย พุทธทาสภิกขุ

           ทีนี้ก็จะดูต่อไปว่าจะทำการแก้ไข ทำความเข้าใจได้อย่างไรบ้าง ? จะต้องมองให้เห็นความจริงอันหนึ่งว่า ทุกศาสนามี ความมุ่งหมายตรงกัน; ทุกศาสนามีความมุ่งหมายให้เกิดสันติสุขแก่บุคคล, ให้เกิดสันติภาพแก่สังคม, มุ่งหมายอย่างนี้ด้วยกันทุกศาสนา ไม่มีใครมุ่งหมายดอก ความจำเป็นนั่นแหละมันบังคับ ให้เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมแก่มหาชนในถิ่นนั้น ๆ จนให้เขาได้รับความพอใจในความสุขส่วนตัวและความสงบของสังคม. แต่ถ้ามองดูในส่วนลึก ส่วนลึกขึ้นไปอีก มันก็จะพบว่าทุกศาสนานั้นมุ่งหมายที่จะควบคุมสัญชาตญาณแห่งความมีตัวตน.
          ในการบรรยายครั้งที่ ๑ ที่แล้วมา ก็ได้กล่าวอย่างชัดแจ้งถึงเรื่องนี้ ว่าคนเรามันมีสัญชาตญาณกลาง ๆ ที่พร้อมที่จะเปลี่ยนไปเป็นกิเลสฝ่ายต่ำ, และที่จะเปลี่ยนไปเป็นโพธิในฝ่ายสูง. เรามีระบบศาสนาเป็นเครื่องควบคุมสัญชาตญาณให้เป็นไปแต่ในทางสูง, ควบคุมสัญชาตญาณแห่งความมีตนนั่นแหละ ให้เกิดความมีตนเป็นไปในทางสูง ๆ สูงขึ้นไป จนหมดตัวตน จะแก้ปัญหาได้ถึงที่สุด.
          คำสอนของทุกศาสนา มุ่งหมายตรงไปที่การทำลายความเห็นแก่ตน, มันเป็นอันตรายร้ายกาจที่สุดของมนุษย์, ทำให้เกิดปัญหาแก่สังคมและบุคคลอย่างยิ่ง. ทุกศาสนาจึงมุ่งหมายที่จะประสานสังคม จนกล่าวได้ว่า ทุกศาสนามีหัวใจเป็นสังคมนิยม. แต่เดี๋ยวนี้คนเขาก็เกลียดคำว่าสังคมนิยมกันอยู่มาก คือฝ่ายที่เห็นว่าสังคมนิยมเป็นเรื่องของคอมมิวนิสต์, ที่จริงสังคมนิยมของคอมมิวนิสต์ มันไม่ใช่สังคมนิยมที่ถูกต้องหรือสังคมนิยมของทั้งหมดของทุกคน มันเป็นสังคมนิยมของชนพวกกรรมาชีพ ของพวกชนกรรมาชีพหรือกรรมกรเท่านั้น, มันไม่อาจจะรวบเอาพวกที่แปลกแตกต่างออกไปจากนั้น. ศาสนามุ่งหมายจะให้รักกัน จะให้สัมพันธ์กันได้ ในหมู่ชนที่ต่างกัน; เราจะต้องเพิ่มเติมลักษณะเฉพาะเข้าไป อีกอย่างหนึ่งว่าเป็นสังคมนิยมที่ประกอบไปด้วยธรรม.
          สังคมคือทุกคนทุกชีวิตในจักรวาลนี้ เรียกว่าสังคม ถ้ามีประโยชน์แก่สังคมอย่างนี้ได้ มันก็วิเศษละ มันจะได้อยู่เป็นผาสุกกันทั่วทั้งจักรวาล; แต่เขายืมเอาคำว่า สังคมนิยมไปใช้สำหรับพวกคอมมิวนิสต์ หรือฝ่ายซ้ายเสียแล้ว เราก็จะต้องเพิ่มเติมลักษณะเฉพาะขึ้นมา ว่าต้องเป็นธัมมิกสังคมนิยม คือสังคมนิยมที่ประกอบไปด้วยธรรมะ คือความถูกต้อง.
          ความถูกต้องคือไม่เกิดโทษอันตรายแก่ฝ่ายใด แต่เกิดประโยชน์สุขแก่ทุกฝ่าย; ถ้าเรารักกันได้หรือไม่เห็นแก่ตน มันก็เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย คือว่า พวกคนจนก็รักคนมั่งมีได้, คนมั่งมีก็รักคนจนได้, นายทุนก็รักกรรมกรได้, กรรมกรก็รักนายทุนได้, เศรษฐีรักขอทาน, ขอทานรักเศรษฐี, กระทั่งว่าแมวรักหนูได้ หนูรักแมวได้, ต้องถึงขนาดนั้น. เป็นเจตนารมณ์ของธัมมิกสังคมนิยม ซึ่งอาตมาก็ได้พยายามเปิดเผยความคิดข้อนี้ ก็ได้รับความสนใจจากหลายทิศทาง กำลังเอาไปวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในที่ต่าง ๆ โดยหวังว่าจะเกิดสังคมนิยมใหม่ ชื่อว่าธัมมิกสังคมนิยม มุ่งหมายให้ทุกคนลดความมี ตัวตน หรือไม่เห็นแก่ตน จนรักผู้อื่นได้ รักสิ่งที่มีชีวิตได้, เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไปถึงความสุขของมนุษย์ทุกคน ของสัตว์เดรัจฉานทุกตัว ของต้นไม้ทุกต้น, ถ้ามันมีวิญญาณแห่งสังคมนิยมโดยแท้จริงแล้วมันก็จะเกิดผลอย่างนี้ขึ้นมา.
          นี่ ขอให้มุ่งหมายให้เป็นข้อแรกว่า ทุกศาสนามีวิญญาณแห่งสังคมนิยม; แต่เพื่อให้เป็นคำที่ใช้ได้แน่นอนชัดเจนยิ่งขึ้น ต่างหากจากคำว่าสังคมนิยมที่มีความหมายเสียไปหมดแล้วนั่น นับเป็นคำใหม่ว่า ธัมมิกสังคม. ขอให้ถือเป็นหลักว่า ทุกศาสนาเลยมีหัวใจหรือวิญญาณเป็นธัมมิกสังคมนิยม ขอให้พิจารณาดูให้ดีที่สุด ในความจริงข้อนี้.
*******
 เพาะธรรม ให้เกิดในใจ พากายสุข
กิ่งธรรมจาก  http://www.buddhadasa.org

No comments:

Post a Comment