Monday, May 14, 2012

วิธีดับทุกข์แบบพุทธศาสนาใช้ได้แก่ทุกชีวิต

เพาะธรรมให้เกิดกับทุกชีวิต.. 

วิธีดับทุกข์แบบพุทธศาสนาใช้ได้แก่ทุกชีวิต
 โดย พุทธทาสภิกขุ


          นี่คือหนทางที่จะทำความเข้าใจระหว่างศาสนาของพวกเรา ที่เป็นพุทธบริษัท รับรู้ไว้ด้วย ว่าเรามีหลักวิธีที่จะดับทุกข์ ตามแบบของพุทธศาสนา, ท้าทายทั่วโลกทั่วจักรวาลเลยว่า เรามีวิธีดับทุกข์ชนิดนี้ ที่ใช้ได้แก่ทุกคนหรือทุกชีวิตที่มีอยู่ ในโลก. เขาก็จะบ่ายเบี่ยงโดยที่ว่ายึดมั่นถือมั่นในศาสนา ในชื่อของศาสนาในประเพณีอะไรของศาสนา ไม่ยอมรับก็ดับทุกข์ตามแบบนี้ไม่ได้ ก็ตามใจเขา; แต่ถ้าเขายอมรับ ยอมศึกษา ยอมใคร่ครวญ แล้วก็จะมีเหตุผลแสดงเพียงพอว่ามันดับทุกข์ได้จริง. ถ้าเขามาถึงความเข้าใจนี้แล้ว เขาก็จะลองดู เมื่อเขาลองดูมันดับทุกข์ได้จริง, เขาก็ใช้วิธีนี้กับกิเลสและดับทุกข์ของเขาได้สิ้นเชิง ยังคงเรียกตัวเองว่าศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาฮินดู ซิกข์อะไรก็ตาม; นี่มันจะเป็นได้ถึงอย่างนี้.
          อาตมามีความหวังลึกซึ้งอย่างนี้ จึงกล้าพูด; ขอให้ช่วยกันทำความเข้าใจระหว่างศาสนา; แม้ว่าศาสนา บางศาสนายืนยันว่า ศาสนาจริงแท้มีแต่ศาสนาเดียว นอกนั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิก็ได้; เขาพูดอย่างนั้นก็ได้; เขาพูดในพวกเขา สำหรับคน พวกเขา. แต่มันไม่เป็นความจริงสากล, ไม่ต้องออกชื่อศาสนาไหนดอก เขามีบทบัญญัติในศาสนาหนึ่งว่า ศาสนาแท้จริงมีแต่ ศาสนาเดียว, ศาสดามีแต่องค์เดียว, ความถูกต้องมีแต่ในศาสนานั้น, ศาสนาอื่นเป็นมิจฉาทิฏฐิ, นั้นมันพูดให้คนพวกหนึ่งฟัง พูดให้คนหนึ่งฟัง ไม่ใช่กฎความจริงทั่วไป. เราเสียอีกก็อาจจะพูดอย่างนั้นด้วยเหมือนกัน; แต่เราได้รับคำสั่งสอนให้ละมานะทิฏฐิยึดมั่นถือมั่น เราก็ไม่ต้องพูดอย่างนั้น; แต่เราจะพูดว่า ศาสนานี้มีวิธีการดับทุกข์อย่างนี้เป็นของสากล ดับทุกข์ได้แก่ชีวิตทุกชนิด; ขอให้ลองดู
          อย่างที่พูดมาแล้วว่า ถ้ามีความเห็นแก่ตน มันก็เกิดโลภ โกรธ หลง มันมีความทุกข์, ทุกชีวิตจะเป็นอย่างนั้น. ถ้าดับความเห็นแก่ตัวเสียได้ ก็ไม่อาจจะเกิดความโลภ ความโกรธ ความหลง, มันก็ไม่มีความทุกข์. นี่เป็นของสากลของธรรมชาติ, เป็นกฎเกณฑ์ของธรรมชาติอันลึกซึ้ง ที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบและนำมาเปิดเผย.
          มีบาลีหลายแห่งที่เป็นการยืนยัน, ตรัสว่าพระองค์เป็นผู้นำมาเปิดเผย, ใช้คำว่า "เปิดเผย" กระทำให้หงาย ทำให้ตื้น, กระทำให้แจ้ง เป็นผู้เปิดเผยความจริงอันลึกซึ้งของธรรมชาติ ซึ่งพระองค์ก็ทรงเคารพกฎเกณฑ์อันนั้น, เป็นกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ซึ่งเรียกว่าธรรมะ ธรรมะนี้เหนือพระพุทธเจ้า ยังมีสิ่งซึ่งพระพุทธเจ้าทรงเคารพคือกฎเกณฑ์ของธรรมชาติตามที่บังคับ ธรรมชาติให้เป็นไปอย่างไร : ทำอย่างนี้เป็นทุกข์, ทำอย่างนี้ก็ไม่เป็นทุกข์.
          นี้เป็นกฎลึกซึ้ง ซึ่งพระองค์ทรงค้นพบ และทรงนำมาเปิดเผย, และทรงย้ำมาก ทุกคราวที่กล่าวถึง อิทัปปัจจยตา-ปฏิจจสมุปบาท; จะมีว่าตถาคต เป็นผู้เปิดเผย เป็นผู้กล่าว เป็นผู้ประกาศ เป็นผู้บอก ท่านทั้งหลายจงมองเห็นอย่างนี้ว่า : อวิชชา เป็นปัจจัยเกิดสังขาร - สังขารเป็นปัจจัยเกิดวิญญาณ อย่างนี้เป็นต้น ทุกข้อ ๆ ทีละข้อละข้อ. พระพุทธเจ้าเป็นผู้ เปิดเผยสัจจธรรมอันแท้จริงสูงสุดที่พระพุทธองค์ได้ทรงเคารพนำมาเปิดเผยให้ พวกเรารู้, แล้วก็จะดับความทุกข์เสียได้. ที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ นั่นแหละมันเป็นเรื่องที่คนว่าเอาเอง, คนเขาว่าเอาเอง คนใดคนหนึ่งตั้งตัวเป็นศาสดา แล้วก็ว่าเอาเองอย่างนั้น อย่างนั้น มันผิดจนเป็นมิจฉาทิฏฐิโดยประการทั้งปวง. แต่ถ้าเป็นสัมมาทิฏฐิแล้วมันตรงกับกฎของธรรมชาติ อันตายตัวโดยเด็ดขาด อย่างชัดแจ้งในการที่จะดับทุกข์ได้.
          จะมีพระเจ้าถือกันหลาย ๆ องค์นานาชนิด ก็ตามใจเถอะ; ขอให้มองเห็นว่า ความมุ่งหมายอันแท้จริงของพระเจ้า พระเจ้าองค์นั้น ๆ ชื่อนั้น ๆ มันเป็นอย่างไร : เช่น ถ้าว่าพระพรหม พระพรหมเป็นผู้สร้าง มันก็คือกฎอิทัปปัจจยตาฝ่ายสมุทยวาร, ถ้าพระเจ้าผู้คุ้มครองรักษาก็เป็นกฎของกรรม ถ้าเป็นพระเจ้าผู้ทำลายล้าง คือพระอิศวร มันก็กฎของอิทัป-ปัจจยตาฝ่ายนิโรธวาร ซึ่งจะขึ้นลงขึ้นลงกลิ้งไปอย่างนี้ในสากลจักรวาล เต็มไปด้วยความเป็นไปแห่งความเปลี่ยนแปลงตามกฎอิทัปปัจจยตา.
          โลกเดียวกัน มนุษย์อยู่ร่วมโลกเดียวกัน จะมองเห็นปัญหาของตนต่าง ๆ กัน ตามมิจฉาทิฏฐิ ตามสัมมาทิฏฐิที่จะได้รับเข้ามา ทั้งที่มันอยู่ในโลกเดียวกัน มันยังมองเห็นต่าง ๆ กัน. ฉะนั้นจึงเข้าไปรับเอามายึดมั่นถือมั่นในลัทธิคำสอนนั้น ๆ ตามความพอใจของตน, นี่มันจึงเกิดได้หลายลัทธิ หรือเกิดได้หลายศาสนา แล้วก็ทะเลาะกันด้วยเรื่องความมีศาสนาหลายศาสนา.
          เราจะมองดูด้วยความหวังดี ตามแบบของพุทธบริษัทว่า ไม่มีศาสนาใดผิดโดยประการทั้งปวง; อย่างน้อยมันก็มี ประโยชน์เหมาะสมแก่มหาชนในถิ่นนั้น ๆ. มหาชนในถิ่นที่ป่าเถื่อนที่สุด รับธรรมะอันละเอียดลึกซึ้งไม่ได้, ก็ต้องมี ธรรมะง่าย ๆ ตื้น ๆ สำหรับคนพวกนั้น จนกระทั่งถึงว่าในระดับงมงายเป็นไสยศาสตร์อย่างนี้ก็มีอยู่มาก. แต่มันก็จำเป็นที่จะเป็นเช่นนั้น; ถ้าไม่อย่างนั้นมันก็จะไม่ถือลัทธิอะไร หรือศาสนาใด ๆ เอาเสียเลยมันจะยิ่งร้ายไปกว่า. ถ้างมงายมันก็ รับประกันได้ว่ามันกลัวตายทั้งนั้นแหละ; เพราะฉะนั้นมันก็ถือลัทธินั้นเพื่อขจัดความกลัวตาย ความอันตรายใด ๆ มันก็ พอจะไปกันได้; มันไม่ผิดโดยส่วนเดียว, มันมีส่วนเดียว, มันมีส่วนดีที่มีประโยชน์แก่มหาชนกลุ่มหนึ่ง ๆ หรือสมัยหนึ่งยุคหนึ่ง ๆ ถิ่นหนึ่ง ๆ ในโลกอันกว้างขวางนี้ มันก็จะแก้ปัญหาของมหาชนในที่นั้น ๆ ได้ด้วยศาสนาหนึ่ง ๆ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในถิ่นนั้น ๆ.

*******
กิ่งธรรมจาก  http://www.buddhadasa.org

No comments:

Post a Comment