Wednesday, May 16, 2012

ทุกศาสดามุ่งทำลายความเห็นแก่ตัว แต่สาวกทำผิด

เพาะธรรม ธรรมจะเกิดขึ้นที่ใจ ... 

ทุกศาสดามุ่งทำลายความเห็นแก่ตัว แต่สาวกทำผิด 
 โดย พุทธทาสภิกขุ
          แต่ถึงอย่างไรก็ดี ยังขอยืนยันว่า ทุกศาสนาพระศาสดามุ่งหมายจะทำลายความเห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดกิเลสและเกิดความทุกข์; เห็นแก่ตัวแล้วก็ทำตัวนั้นให้เป็นทุกข์ก่อน แล้วมันก็ขยายออกไป ทั้งทำผู้อื่น ให้พลอยเป็นทุกข์ด้วย เพราะความเห็นแก่ตัว, ความเห็นแก่ตัวจึงทำลายทั้งตัวเองและทำลายทั้งผู้อื่น มันก็เป็นสิ่งที่พระศาสดาทั้งหลายมองเห็นและก็ มุ่งหมายที่จะกำจัดเสีย.
          ต้องมองความจริงกันสักข้อหนึ่งว่า พระศาสดาแห่งศาสนานั้น ๆ ก็ไม่ใช่คนใจร้ายอำมหิต บัญญัติศาสนาขึ้นก็ด้วยความรัก ความเมตตากรุณาเอ็นดูต่อมหาชน ที่อยู่ในแวดวงของการชักนำของตน ๆ รักมหาชน, บัญญัติคำสอนขึ้นมาเพื่อจะแก้ปัญหาของมหาชนเหล่านั้น มันก็ต้องมีส่วนดีเป็นประโยชน์แก่มหาชนที่นั้น ส่วนนั้นในยุคนั้น ในถิ่นนั้นเป็นแน่ นอน, ไม่มีศาสนาใดที่จะผิดโดยส่วนเดียว.
          ปัญหามันค่อย ๆ เกิดขึ้น, ค่อย ๆ เกิดขึ้นเมื่อกาลล่วงมานาน หลังจากการดับขันธ์แห่งศาสดานั้น ๆ แล้ว. สาวกของพระศาสดานั้น ๆ ค่อยเพิ่มเติมอะไรเข้าไปบ้าง บิดผันอะไรเสียบ้าง, ไปเพิ่มเติมสิ่งที่เป็นเปลือก เนื้องอกมะเร็งร้ายให้แก่ ศาสนาของตนเอง เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างอื่นโดยไม่มองเห็นว่านี้จะเป็นการทำให้ศาสนาเลอะเลือน ไป; ศาสนาทั้งหลายจึงถูกพอกหุ้มด้วยของใหม่, ไม่ยกเว้นแม้แต่พระพุทธศาสนาอันเป็นที่รักยิ่งของเรา.
          ดังนั้นจึงมีพระพุทธศาสนาส่วนที่เป็นหัวใจแท้ ๆ; เหมือนกับน้ำอันบริสุทธิ์ แล้วก็มีของหุ้ม เปลือกนอกที่เติมเข้าไป สี สันวรรณะต่าง ๆ ตามสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้น หรือมันบังคับ, หรือมีเหตุปัจจัยภายนอกเข้ามาบังคับ, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมัยนี้อำนาจวัตถุนิยมครองโลก พุทธศาสนาก็ดิ้นรนเพื่อจะต่อสู้, มันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขในภายนอกบ้างเป็นธรรมดา, มันก็น่าเห็นใจ ว่าผู้ที่จะแก้ไขนั้นก็ทำไปด้วยความหวังดี, ไม่มีใครหวังร้ายที่จะทำลาย; แต่แล้วมันก็บิดผันให้ ศาสนาเดิมแท้นั้นเปลี่ยนไปเปลี่ยนไป จนเสียรูปจนเป็นอย่างอื่นไป.
          ข้อนี้ขอย้ำ ขอยืนยันไว้อีกครั้งหนึ่งว่า การที่พุทธศาสนาหมดไปจากอินเดีย สูญสิ้นไปจากอินเดียนั้น อย่าไปโทษพวกอิสลามหรือพวกอะไรเลย, จงโทษพวกพุทธ, เจ้าหน้าที่ ของพุทธศาสนาในยุคนั้น ๆ ในถิ่นนั้น ๆ สอนผิด, สอนผิดจากหลักเดิม แท้ของพุทธศาสนา ไปทีละน้อยทีละน้อย จนกลายเป็นศาสนาอื่น, กลายเป็นศาสนาฮินดู ไปเสียอีก; ส่วนที่ เป็นของจริงของแท้ เรื่องอนัตตา เรื่องสุญญตา ตถตายกเลิกไป. มันก็มา เหลือแต่เรื่องศีลธรรมธรรมดา ก็กลายเป็นฮินดู, หรือมันก็เป็นไปตามเรื่องที่แวดล้อมอยู่ คือมหาชนเหล่านั้น เขาจะรอดได้โดยวิธีใด เขาก็เอาโดยวิธีนั้น,
          นี่ เกิดจากการสอนพุทธศาสนาผิดไปจากเดิม, ผิดไปจากเดิม แล้วก็ไปคล้ายศาสนาฮินดู ซึ่งก็เป็นศาสนาพื้นบ้านมากขึ้นทุกที มันก็หมดไปจากอินเดีย เพราะสอนศาสนาของตัวผิด จนกลายเป็นศาสนาอื่นไป, แล้วจะไปโทษไปหาความว่าศาสนาอิสลามรุกรานทำลายล้าง เป็นต้น. มันเป็นเรื่องหลับตาพูดเสียมากกว่า, มองไม่เห็นว่า มันเป็นการทำผิดของเจ้าหน้าที่ทางศาสนา. ผู้สอนศาสนาในที่นั้น ในยุคนั้น ในเวลานั้น สอนผิดจนละลายหายสูญไปในศาสนาฮินดู เหลืออยู่แต่ ศาสนาฮินดู ซึ่งมีหลักการเป็นพื้นฐานทั่วไปในประเทศอินเดีย; นี่เนื้องอกเปลือกหุ้มของศาสนา มันเกิดขึ้นด้วยอาการอย่างนี้. แม้ในประเทศไทยของเรา มันก็ต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปตามที่มันมีเหตุปัจจัยภายนอกแวดล้อม; วงการที่ทรงอำนาจ ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงให้เกิดความปนเปกันอย่างนี้ก็ได้.
          สังเกตเห็นได้ว่า ผู้ครองเมืองในยุคโบราณ แม้ในสมัยศรีวิชัยพันกว่าปีมานี้ วัดที่กล่าวถึงขนาดนั้นแล้ว จะต้องมีโบสถ์ของศาสนาพราหมณ์อยู่ด้วยโบสถ์หนึ่งเสมอไป, แล้วส่วนมากก็อยู่ทางทิศตะวันออกของวัดนั้น; วัดพระธาตุก็มีโบสถ์พราหมณ์ อยู่ทางทิศตะวันออก, วัดไชยาราม คือวัดศาลาเก่า ก็มีโบสถ์พราหมณ์ อยู่ทางทิศตะวันออก, วัดอิฐทางทุ่งโน้น ก็มีโบสถ์พราหมณ์ อยู่ทางทิศตะวันออก, แต่ละวัด ๆ มีโบสถ์ของฮินดูอยู่ทางทิศตะวันออก หรือจะทิศใดก็ตามใจ, เรียกได้ว่ามันมีคู่กัน นี่คล้าย ๆ กับว่ามันเป็นลัทธิที่เหมาะสมสำหรับเด็ก ๆ สำหรับผู้หญิง; นี้ขออภัยที่ต้องใช้คำอย่างนี้ หมายถึงว่าผู้ที่ยังอ่อนด้วยปัญญา, มีปัญญาอ่อนจะต้องศึกษากันง่าย ๆ อ้อนวอนพระเจ้า, อ้อนวอนบูชาพระเจ้าง่าย ๆ เข้าใจ ง่าย ๆ พอใจกันก่อน, แล้วจึงเข้ามาถึงในวัดที่เป็นส่วนของพุทธศาสนา มีธรรมะที่ลึกเข้าไป ลึกเข้าไปแล้วมันก็ค่อย ๆ สูงขึ้นไป มันก็ค่อย ๆ ละมาตามลำดับ. คงจะเป็นผู้มีอำนาจต้องการให้เกิดความง่ายดาย ในการที่จะทำให้ประชาชนมีศีลธรรมเท่านั้นแหละ จึงได้มีลัทธิอย่างนี้ผนวกเอาไว้.

กิ่งธรรมจาก  http://www.buddhadasa.org

No comments:

Post a Comment