Wednesday, June 13, 2012

สัปปุริสสูตร สูตรดูว่าใครเป็นคนดี
เตีย  ที่ดี  รวบรวม

       พาะธรรม ให้เกิดกับใจ เมื่อเกิดกับใจได้แล้ว ทำให้เรามีสติและมีปัญญามากขึ้น ปัจจุบันนี้ในการดูว่าใครเป็นดีเป็นคนที่น่าคบ น่านับถือ  เป็นเรื่องที่ต้องสร้างขึ้นเพื่อให้ตัวเองดีมีเป็นอย่างมาก บางครั้งทำให้เราสับสน
     ในพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าท่านทรงแนะไว้ เราสามารถนำไปตรวจสอบสอบได้ว่าใครเป็นคนดีหรือไม่ดี ใครที่ประกาศว่าเป็นคนดีเอาพระสูตรนี้ไปจับ ก็จะรู้ว่าใครพูดจริงหรือไม่จริง 
       เราเรียกว่า... 

สัปปุริสสูตร

"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ พึงทราบว่าเป็นอสัตบุรุษ
        ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน ? คือ
        (๑.) อสัตบุรุษในโลกนี้ แม้ไม่ถูกถาม ก็เปิดเผยความเสียหายของผู้อื่น จะกล่าวอะไรถึงถูกถามเล่า
        และเมื่อถูกถามเข้า ก็แก้ปัญหาโดยตรง ไม่อ้อมค้อม ไม่หน่วงเหนี่ยว แล้วกล่าวความเสียหายของผู้อื่นเต็มที่ อย่างกว้างขวาง
        ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พึงทราบว่า ท่านผู้นี้เป็นอสัตบุรุษ
        (๒.) อีกประการหนึ่ง อสัตบุรุษในโลกนี้ แม้ถูกถาม ก็ไม่เปิดเผยความดีของผู้อื่น จะกล่าวอะไรถึงไม่ถูกถาม
        และเมื่อถูกถามแล้ว ก็ไม่แก้ปัญหาโดยตรงอ้อมค้อม หน่วงเหนี่ยว แล้วกล่าวสรรเสริญคุณผู้อื่นโดยย่อ ไม่เต็มที่
        ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พึงทราบว่า ท่านผู้เป็นอสัตบุรุษ
        (๓.) อีกประการหนึ่ง อสัตบุรุษในโลกนี้ แม้ถูกถามก็ไม่เปิดเผยความเสียหายของตน จะกล่าวอะไรถึงไม่ถูกถาม
        และเมื่อถูกถามแล้ว ก็ไม่แก้ปัญหาโดยตรง อ้อมค้อม หน่วงเหนี่ยว แล้วกล่าวความเสียหายของตนโดยย่อ ไม่เต็มที่
        ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พึงทราบว่าท่านผู้นี้เป็น อสัตบุรุษ
        (๔.) อีกประการหนึ่ง อสัตบุรุษในโลกนี้ แม้ไม่ถูกถามก็เปิดเผยความดีของตน จะกล่าวอะไรถึงถูกถามเล่า
        และเมื่อถูกถามแล้ว ก็แก้ปัญหาโดยตรง ไม่อ้อมค้อม ไม่หน่วงเหนี่ยว แล้วกล่าวความดีของตนเต็มที่ อย่างกว้างขวาง
        ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พึงทราบว่า ท่านผู้นี้เป็นอสัตบุรุษ
        ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล พึงทราบว่า เป็นอัตบุรุษ
        ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วย ธรรม ๔ ประการ พึงทราบว่า เป็นสัตบุรุษ ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน ? คือ
        (๑.) สัตบุรุษในโลกนี้ แม้ถูกถาม ก็ไม่เปิดเผยความสียหายของผู้อื่น จะกล่าวอะไรถึงไม่ถูกถามเล่า
        แต่เมื่อถูกถามเข้า ก็ไม่แก้ปัญหาโดยตรง อ้อมค้อม หน่วงเหนี่ยว กล่าวความเสียหายของผู้อื่น โดยย่อ ไม่เต็มที่
        ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พึงทราบว่า ท่านผู้นี้เป็นสัตบุรุษ
        (๒.) อีกประการหนึ่ง สัตบุรุษในโลกนี้ แม้ไม่ถูกถาม ก็เปิดเผยความดีของผู้อื่น จะกล่าวอะไรถึงถูกถามเล่า
        แต่เมื่อถูกถามเข้า ก็แก้ปัญหาโดยตรง ไม่อ้อมค้อม ไม่หน่วงเหนี่ยว กล่าวความดีของผู้อื่นเต็มที่ อย่างกว้างขวาง
        ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พึงทราบว่า ท่านผู้นี้เป็นสัตบุรุษ
        (๓.) อีกประการหนึ่ง สัตบุรุษในโลกนี้ แม้ไม่ถูกถาม ก็เปิดเผยความเสียหายของตน จะกล่าวอะไร ถึงถูกถามเล่า
        แต่เมื่อถูกถามเข้า ก็แก้ปัญหาโดยตรง ไม่อ้อมค้อม ไม่หน่วงเหนี่ยว แล้วกล่าวความเสียหายของตน เต็มที่ อย่างกว้างขวาง
        ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พึงทราบว่าท่านผู้นี้เป็นสัตบุรุษ
        (๔.) อีกประการหนึ่ง สัตบุรุษในโลกนี้ แม้ถูกถาม ก็ไม่เปิดเผยความดีของตน จะกล่าวอะไรถึงถูกถามเล่า
        แต่เมื่อถูกถามเข้า ก็ไม่แก้ปัญหาโดยตรง อ้อมค้อม หน่วงเหนี่ยว แล้วกล่าวความดีของตนโดยย่อ ไม่เต็มที่
        ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พึงทราบว่า ท่านผู้นี้เป็นสัตบุรุษ
        ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วย ธรรม ๔ ประการนี้แล พึงทราบว่า เป็นสัตบุรุษ
        ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย หญิงสะใภ้ที่ถูกนำมาคืนหนึ่ง หรือวันหนึ่งเท่านั้น นางตั้งหิริและโอตตัปปะ ไว้อย่างแรงกล้าในแม่ผัว พ่อผัว และผัว โดยที่สุดในคนรับใช้ และคนทำงาน
        สมัยต่อมา นางอาศํยอยู่คุ้นเคย จึงกล่าวกะแม่ผัวบ้าง พ่อผัวบ้าง และผัวบ้าง อย่างนี้ว่า จงหลีกไป พวกท่านรู้อะไร ดังนี้ ฉันใด ?
        ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เพียงออกบวชได้วันหนึ่ง หรือคืนหนึ่งเท่านั้น เธอตั้งหิริโอตตัปปะไว้อย่างแรงกล้า ในพวกภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกาทั้งหลาย โดยที่สุดในคนวัด และสามเณร
        สมัยต่อมา เธออาศัยความอยู่ร่วม จึงกล่าวกะอาจารย์บ้าง กะอุปัชฌาย์บ้าง อย่างนี้ว่า จงหลีกไป ก็พวกท่านรู้อะไร ดังนี้
        เพราะเหตุนั้นแหละ ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักมีใจเสมือนหญิงสะใภ้ ซึ่งมาอยู่ใหม่
        ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แลฯ"

สัปปุริสสูตร ๒๑/๘๙

สัตบุรุษ (อ่านว่า สัดบุหรุด) แปลว่า คนดี คนสงบ คนที่พร้อมมูลด้วยธรรม
สัตบุรุษ หมายถึงคนที่มีคุณธรรม คนที่เป็นสัมมาทิฐิ คนที่ประพฤติธรรมเป็นปกติ
สัตบุรุษ ในทางปฏิบัติคือคนที่ประกอบด้วยสัปปุริสธรรม ๗ ประการ คือ
        เป็นผู้ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการคือศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พาหุสัจจะ วิริยะ สติ ปัญญา
       ไม่ปรึกษาอะไรที่เบียดเบียนตนและผู้อื่น
       ไม่คิดอะไรเพื่อเบียดเบียนตนและผู้อื่น
       ไม่พูดอะไรเพือเบียดเบียนตนและผู้อื่น
       ไม่ทำอะไรเพือเบียดเบียนตนและผู้อื่น
       มีความเห็นชอบ เป็นสัมมาทิฐิ
       ให้ทานโดยความเคารพ ไม่ให้แบบทิ้งขว้าง 
*******
ต้นธรรมจาก  https://sites.google.com/site/smartdhamma

No comments:

Post a Comment