Thursday, February 6, 2014

มหัศจรรย์แห่งปัจจุบันขณะ ภาวัน

มหัศจรรย์แห่งปัจจุบันขณะ
  โดย
ภาวัน

        เคยมีพิธีกรสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งถามองค์ทะไลลามะว่า พระองค์จะทรงเล่าให้ผู้ชมฟังถึงช่วงเวลาที่พระองค์ทรงมีความสุขที่สุดใน ชีวิตได้ไหม
       พระองค์ทรงใคร่ครวญสักพักก่อนจะยิ้มแล้วตอบว่า “อาตมาคิดว่า ช่วงเวลานั้นก็คือตอนนี้ไงล่ะ”
       ความสุขที่สุดนั้นสามารถหาได้ในปัจจุบันขณะ  ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม  ไม่ต้องรอว่า ไปพักร้อน เที่ยวห้างหรือเจอคนรักก่อนจึงจะมีความสุขได้  ใครที่เฝ้ารออนาคตหรืออาลัยความสุขในอดีต  จะไม่มีวันพบความสุขในปัจจุบันได้เลย
       “ปัจจุบันเป็นเวลาประเสริฐสุด”  คำกล่าวของท่านติช นัท ฮันห์ เตือนให้เราเห็นคุณค่าของทุกขณะที่เรามีอยู่    ผู้คนมักไม่ตระหนัก ว่า  ปัจจุบันขณะเป็นสิ่งแสดงว่าเรายังมีชีวิตอยู่   จำเพาะคนตายเท่า นั้นที่มีแต่อดีต ไม่มีปัจจุบัน  แม้กระนั้นถ้าใครมัวจมอยู่กับอดีต  เอา แต่โศกเศร้าคร่ำครวญถึงคนรักที่ตายจาก ผู้นั้นก็ไม่ต่างจากคนตาย  เพราะชีวิตไร้ชีวาเสียแล้ว เช่นเดียวกับคนที่กังวลกับอนาคต คิดถึงแต่ ความตายที่รออยู่เบื้องหน้าเมื่อรู้ว่าตนเป็นโรคร้าย  หมดอาลัย ตายอยากกับชีวิต คนเหล่านี้ถึงจะมีลมหายใจก็เหมือนตายทั้งเป็น
       มีแต่คนที่อยู่กับปัจจุบันขณะเท่านั้น จึงจะรู้สึกตื่นและมีชีวิตชีวาอย่างแท้จริง  เป็นคุณภาพที่ต่างจากคนซึ่งฝันถึงความสุขในอนาคต ใช้ชีวิตราวคนหลงละเมอ 
       ปัจจุบันคือเวลาประเสริฐสุด เพราะเป็นโอกาสเดียวเท่านั้นที่เราสามารถทำสิ่งดีงามให้เกิดขึ้นได้  ถ้าต้องการความสำเร็จ ก็ต้องลงมือทำเสียแต่บัดนี้  ถ้าต้องการความสุข ก็ต้องรู้จักเป็นสุขเสียแต่ตอนนี้
      “ชั่วขณะนี้เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์”  ท่านติช นัท ฮันห์  ชี้ให้เราเห็นว่า ความสุข ความงดงาม ความสงบเย็น หรือแม้กระทั่งนิพพาน ล้วนพบได้ในปัจจุบันเท่านั้น  ขอเพียงแต่เราน้อมใจอยู่กับปัจจุบัน  สิ่งมหัศจรรย์ต่าง ๆ ก็จะปรากฏแก่เรา
       “สุรเชษฐ์” เป็นคนที่ขยันทำงานไม่ว่างเว้น และมีเรื่องให้ต้องใช้ความคิดตลอดเวลา  วันหนึ่งเขาพบว่าตนเองเป็นไส้เลื่อน   หลังจากผ่าตัดแล้วต้องมาพักฟื้นหลายวันที่บ้านซึ่งอยู่ชานกรุง  นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาต้องวางงานทั้งหมด เพราะทำงานไม่สะดวก แม้แต่จะขยับเขยื้อนก็ลำบาก  บ่ายวันหนึ่งขณะนั่งอยู่ที่ระเบียงบ้าน เขาได้ยินเสียงนกเขาขัน ทีแรกก็ตัวเดียว ต่อมาอีกหลายตัวร้องประสาน ตามมาด้วยนกนานาชนิดส่งเสียงบรรเลง  เขาฟังอย่างตั้งใจ  รับรู้ได้ถึงความไพเราะของเสียงนกร้อง  เกิดปีติถึงกับน้ำตาคลอ   แล้วเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า เขาอยู่บ้านนี้มาร่วม ๒๐ ปีแล้ว ตั้งแต่ลูกสาวยังเล็กจนตอนนี้เกือบจบมหาวิทยาลัยแล้ว ทำไมเขาเพิ่งได้ยินเสียงนี้เป็นครั้งแรก
        นกเหล่านี้เพิ่งร้องประสานเสียงหรือ เปล่าเลย  นกร้องมานานแล้ว นกร้องทุกวันแต่เขาไม่ได้ยินเอง เพราะใจมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการงาน ท่องไปในอดีตบ้าง อนาคตบ้าง  ความไพเราะและความสุขนั้นมีอยู่รอบตัวเขา แต่ใจเขาไม่เปิดรับเองต่างหาก เพราะไม่ได้อยู่กับปัจจุบันขณะ
       ยังมีสิ่งดี ๆ อีกมากที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าและรอบตัวเรา  ขอเพียงแต่เปิดใจให้กับปัจจุบันขณะเท่านั้น
      อันที่จริงหากเราตระหนักว่าชีวิตนี้เปราะบางอย่างยิ่ง ก็จะพบว่าแค่มีวันนี้ มีวินาทีนี้นับว่าเป็นโชคอันประเสริฐอย่างยิ่ง ดังท่านนาคารชุน ปราชญ์ชาวอินเดียเมื่อพันกว่าปีก่อนได้กล่าวว่า “ชีวิตมนุษย์นั้นบอบบางเสียยิ่งกว่าฟองน้ำ  การที่ลมหายใจออกตามหลังลมหายใจเข้า และการที่เราตื่นขึ้นมาหลังจากได้นอนหลับไปนั้น เป็นสิ่งมหัศจรรย์ยิ่งนัก”

เมล็ดธรรมจาก  http://www.visalo.org/article/

No comments:

Post a Comment