Monday, June 9, 2014

ธรรมะขณะประกอบอาชีพ

ธรรมะขณะประกอบอาชีพ 
โดยพุทธทาสภิกขุ
 
        เอ้า, ทีนี้เรื่องที่บ้านเสร็จแล้ว จะไปทำงาน : ชาวนาจะไปไถนา ข้าราชการจะไปออฟฟิศ กรรมกรจะไปทำกรรมกร แม้ที่สุดแต่คนขอทานจะไปขอทาน ก็มีความรู้สึกว่าถูกต้องและพอใจ ก้าวย่างไปทุกก้าวย่าง หรือจะขึ้นรถนั่งเรือไป ทุกขณะทุกจังหวะ ก็อิ่มอยู่ด้วยความพอใจ ครั้นไปถึงที่ทำงานแล้ว สำรวมจิตใจให้เป็นธรรมานุสสติว่า หน้าที่คือธรรมะ เรากำลังจะประพฤติธรรมะ เราเคารพในหน้าที่ บูชาการงาน พอใจในการทำงาน พอจะได้ทำงาน ก็รู้สึกพอใจว่าเป็นธรรมะ ก็เป็นสุขเสียแล้ว ข้อนี้อยากจะแนะไปถึงว่า ห้องทำงานนั้น ก็ควรจะได้รับการบูชาด้วย แม้เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำงาน ก็ควรได้รับการบูชาหรือการให้เกียรติ เช่นการประนมมือให้แก่ห้องทำงานเสียครั้งหนึ่ง ก่อนแต่ที่จะลงมือทำงาน.
         เอ้า, สมมติว่าชาวนาจูงวัวแบกไถไปถึงนา แล้วก็วางลง ประนมมือให้แก่นา แก่วัวหรือควาย แก่ไถที่จะใช้ไถนา นั่นสักครั้งหนึ่ง ในฐานะมันเป็นอุปกรณ์แก่การปฏิบัติธรรม คือหน้าที่ คนค้าขายก็เหมือนกัน อะไรเป็นอุปกรณ์แก่การงาน ในที่ทำงาน ก็ประนมมือให้เสียครั้งหนึ่ง กรรมกรก็เหมือนกัน ให้ความเคารพแก่อุปกรณ์ในการทำงาน บูชาการงาน ไม่อิดหนาระอาใจ ด้วยเรื่องเป็นต้นว่า นายทุนเอาเปรียบ ให้เสียกำลังใจ เพราะ กระทำกันแก่กันอย่างไม่ซื่อตรง ต่างฝ่ายต่างคิดจะเอาเปรียบ ถ้าเป็น  กรรมกรถีบสามล้อ ก็รู้สึกพอใจ มีสวรรค์อยู่ในขณะที่ถีบสามล้อ โดยเห็นเป็นการปฏิบัติธรรม จะมีอาชีพแจวเรือจ้างก็ได้ กวาดถนนก็ได้ ล้างท่อถนน หรืออะไรๆ ก็ได้ที่เขาถือกันว่า เป็นงานต่ำงานเลว ที่พวกรับปริญญาแล้วทำไม่ได้ นั่นแหละขอให้ถือว่า มันเป็นธรรมะในฐานะเป็นหน้าที่ สมัครใจทำ เหงื่อไหลออกมา ก็กลายเป็นน้ำมนต์อาบรดให้เย็น ดังนี้แล้ว ก็จะไม่มีใครตกงาน ไม่มีปริญญาตกงานเป็นแสนๆ ดังที่กำลังเป็นปัญหาอยู่. ทุกคนมีความพอใจในการทำหน้าที่ โดยเห็นเป็นธรรมะ เสมอกันทุกหน้าที่ แล้วก็เป็นสุข เพราะมีสวรรค์อยู่ทุกๆ อิริยาบถ.
        นี้คือของขวัญ ที่มอบให้ในวันนี้ เป็นคำพูดสั้นๆ นิดเดียว เป็นความรู้นิดเดียว เป็นหลักการนิดเดียว ว่าการทำงานนั้นคือการปฏิบัติธรรม ทำให้มีสวรรค์ได้ในทุกอิริยาบถ เพราะผู้กระทำมีสติสัมปชัญญะ หรือมีธรรมานุสสติก่อนกระทำการงาน อิ่มอกอิ่มใจเป็นสวรรค์ไปตลอดเวลา กระทั่งเหงื่อที่ออกมากลายเป็นน้ำมนต์ที่เยือกเย็น ไม่รู้สึกว่าเป็นน้ำนรกที่ทำให้ร้อนรนกระวนกระวาย สละการงานทิ้งเสียแล้วไปขโมยดีกว่า. คนโบราณจะทำอะไร จะเคลื่อนไหวอะไร ก็สำรวมจิตใจ ตั้งนะโมเสียก่อน แล้วจึงลงมือทำงาน; นั่นแหละ เป็นเคล็ดของการมีธรรมานุสสติก่อนทำการงาน เป็นการสำรวมสติสัมปชัญญะ เพื่อทำอะไรให้ถูกต้อง เยือกเย็น เข้มแข็ง มั่นคง โดยประการทั้งปวง. แม้ลูกเด็กๆ ก็ได้รับการสั่งสอนอบรม ให้กระทำเช่นนั้น จนเคยตัว แม้แต่จะเล่นสนุก จะขึ้นต้นไม้ จะกระโดดน้ำ เป็นต้น ก็ตั้งนะโมก่อนเสมอ.
**************** 

No comments:

Post a Comment