Thursday, April 24, 2014

ทางเดินของชีวิต

ทางเดินของชีวิต

โดย พุทธทาสภิกขุ 

 

        ชีวิตคนเรานั้น แท้จริงคือ การเดินทางชนิดหนึ่ง ซึ่งเดินจากความเต็มไปด้วยความทุกข์ ไปยัง ที่สุดจบสิ้นของความทุกข์ ที่ตนเคยผ่านมาแล้วนั่นเอง ไม่รู้ว่า ผู้นั้นจะทราบหรือไม่ทราบ รู้สึกหรือไม่รู้สึก ชีวิตก็ยังคงเป็น การเดินทาง เรื่อยอยู่นั่นเอง เมื่อเดินไป ทั้งไม่ทราบ ก็ย่อมมีความระหกระเหิน บอบช้ำเป็นธรรมดาการเดินทางของชีวิตนี้ มิใช่เป็น การเดินทางด้วยเท้า ทางของชีวิต จึงมิใช่ ทางที่จะเดินได้ด้วยเท้า อีกเช่นเดียวกันบัณฑิตทั้งหลายในกาลก่อน ได้พากันสนใจใน "ทางชีวิต" กันมากเป็นพิเศษ ใฐานะที่เป็นทางของจิต อันจะวิวัฒน์ไปในทางสูง 
       ซึ่งจะไปได้สูงกว่าทางวัตถุหรือทางกาย อย่างที่จะเทียบกันไม่ได้เลย สิ่งที่เรียกกันว่า ทางๆ นั้น แม้จะมีสายเดียว ก็จริง ตามธรรมดา ต้องประกอบอยู่ด้วย องค์คุณหลายประการเสมอ ทางเดินเท้าทางไกลแรมเดือนสายหนึ่ง จะต้องประกอบด้วย สะพาน  ร่มเงา ที่พักอาศัยระหว่างทาง การอารักขาคุ้มครองในระหว่างทาง การหาอาหารได้เสมอไปในระหว่างทาง ฯลฯ ดังนี้เป็นต้น ฉันใด ทางชีวิตแม้จะสายเดียวดิ่งไปสู่ความพ้นทุกข์ก็จริง แต่ก็ต้องประกอบไปด้วย องค์คุณหลายประการ ฉันนั้นศาสนา เป็นองค์คุณอันสำคัญ 
      โดยช่วยให้ชีวิตนี้ มีความสดชื่น เยือกเย็น พอที่จะเป็นอยู่ ไม่ร้อนเป็นไฟ เช่นเดียวกับน้ำ เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงพฤกษาชาติ ให้สดชื่น งอกงาม ตลอดเวลา ฉันใดฉันนั้นปรัชญา เป็นองค์คุณที่ช่วยให้เกิดอุดมคติ อันมีกำลังแรง ในการที่จะกระตุ้นให้ปฏิบัติตามศาสนา หรือหน้าที่อื่นๆ ทำให้เกิดความเชื่อ ความเพียร และคุณธรรมอื่นๆ ที่เป็นตัวกำลังสำคัญด้วยกันทั้งนั้นอย่างมากพอ ที่จะไม่เกิดการท้อถอย หรือ โลเล หรือหันหลังกลับ โดยสรุปก็คือ ช่วยให้มีความเป็นนักปราชญ์ หรือ มีปัญญา เครื่องดำเนินตน ไปจนลุถึงปลายทางที่ตนประสงค์วิทยาศาสตร์ ช่วยให้เป็น ผู้รู้จักเหตุผล ให้รู้จัก ใช้เหตุผล และให้อยู่ในอำนาจ แห่งเหตุผล เพื่อให้ชีวิตนี้ ไม่หลับหูหลับตา เดินไปอย่าง โง่เง่า งมงาย ซึ่งจะทำให้ เดินไม่ถึง หรือถึงช้า และไม่ได้รับผลเป็นที่พอใจศิลปะ โดยเฉพาะก็คือ ศิลปะแห่งการครองชีวิต หรือ การบังคับตัวเองได้ ช่วยให้ชีวิตนี้ ดูแจ่มใสงดงามน่าชื่นใจน่ารักใคร่ นำมาซึ่งความเพลิดเพลินในการก้าวหน้า ไปด้วยความรู้ และการกระทำที่ดูงาม ทั้งในเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลายภูมิธรรม คือ ธรรมสมบัติ หรือความดี ความจริง ความยุติธรรม ที่ประกอบอยู่ที่เนื้อที่ตัว ช่วยเหลือให้เกิดบุคลิกลักษณะ อันนำมาซึ่งความเลื่อมใส ความไว้วางใจ ความน่าคหาสมาคมจากชีวิตรอบข้าง 
       ทำให้ชีวิตนั้นตั้งอยู่ในฐานะเป็น ปูชนีย-บุคคล เป็นที่พึ่งแก่ตนเองได้ และเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวของชีวิตทั้งหลายความรู้ ช่วยให้มีความสามารถ ในการที่จะใช้ความคิด และการวินิจฉัยสิ่งต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง ในการตัดสินใจ การค้นคว้าทดลอง การแก้ไขอุปสรรคและอื่นๆในอันที่จะให้เกิด ผลในการครองชีพ การสมาคม และอื่นๆ ที่จำเป็นทุกประการโดยสมบูรณ์สติปัญญา ช่วยให้เกิดสมรรถภาพ หรือ ปฏิภาณในการดำเนินงานของชีวิตให้สำเร็จลุล่วงไปได้ ตามแนวของความรู้ ทำให้งานของชีวิตทุกชนิดทุกระดับ ดำเนินไปได้โดยง่าย โดยเร็ว โดยสมบูรณ์ และปลอดภัย โดยประการทั้งปวงอนามัย ช่วยให้มีกำลังกาย อันเป็นบาทฐานแห่งกำลังใจ มีความแคล่วคล่องว่องไวอาจหาญ ร่าเริง สะดวกกายสบายใจ ในการ เป็นอยู่ของตน ทำกายนี้ให้เป็นเหมือนม้าที่เจ้าของเลี้ยงดู อย่างถูกต้องที่สุดแล้ว สามารถเป็นพาหนะนำเจ้าของไปสู่ที่มุ่งหมายได้ ฉันใดก็ฉันนั้นองค์คุณ ๘ ประการนี้ 
      กำลังรวมกันเป็นทางสายเดียวของข้าพเจ้า ช่วยให้ชีวิตของข้าพเจ้าดำเนินไปได้อย่างเป็นที่พอใจมาก จนถึงกับนึกอยากจะยืนยันแก่เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายทั้งหลายว่าจงลองเดินทางสายนี้อันประกอบด้วยองค์คุณ ๘ อย่างนี้ดูบ้างเถิด ผลในโลกนี้ก็คือ ทรัพย์ ชื่อเสียงและมิตรภาพก็ตาม ผลในโลกหน้าคือสุคติก็ตาม และผลอันสูงสุดพ้นจากโลกทั้งปวงคือ นิพพานก็ตาม จักเป็นที่หวังได้ ครบถ้วน โดยไม่ต้องสงสัยเลยองค์คุณทั้ง ๘ นี้ต้องมีครบถ้วนพอเหมาะส่วนและเข้ากันสนิท พร้อมที่จะส่งเสริมซึ่งกันและกันอยู่ตลอดเวลา จึงจะสำเร็จเป็นตัวทาง และเป็นการเดินทางในตัวมันเองอยู่แล้วทุกขณะ 
     ไม่มีการถอยหลังโลกทุกวันนี้ มีอะไรๆ มากเกินไป ในทางที่จะผูกพันชีวิตนี้ ให้ตกอยู่ภายใต้อำนาจของสิ่งที่บีบคั้นเผาลน เผลอไปเพียงนิดเดียว ก็จักลื่นไถลลงไปในกองเพลิง ชนิดที่ยากที่จะถอนตัวออกมาได้ และถึงกับตายอยู่ในกองเพลิงนั้นเป็นที่สุด เพราะเหตุนั้นจึงเป็นการสมควรหรือจำเป็นสำหรับชีวิตทุกชีวิต ที่จะต้องแสวงหาทางและมีทางของตนอันถูกต้องปลอดภัย เพื่อก้าวหน้าไปสู่ความสะอาดหมดจดสว่างไสว และสงบเย็น สมตามความปรารถนา ไม่เสียที ที่ได้เวียนมา ในเกลียวแห่งวัฎสงสาร จนกระทั่งมามีชีวิตในวันนี้ กะเขาด้วยชีวิตหนึ่งโลกทุกวันนี้ มากไปด้วยขวากหนามอันเป็นอันตรายมากยิ่งขึ้นเพียงใด ชีวิตนี้ ก็ยิ่งต้องเพียบพร้อม ไปด้วยคุณธรรม และสมรรถภาพ อันจะเป็น เครื่องป้องกันและแก้ไขอันตรายนั้นๆ มากขึ้นเพียงนั้น เพราะฉะนั้น อย่างน้อยที่สุด เขาจะต้องมี หนทาง อันประกอบไปด้วย องค์แปดประการ ดังกล่าว ทางไปของชีวิต ในด้านจิตหรือวิญญาณ ของเขาผู้นั้น 
      จึงจะก้าวไปด้วยดี คู่กันไปได้ กับการก้าวหน้า ในทางวัตถุ หรือทางกาย ของโลกแห่งสมัยนี้ อันกำลังก้าวไป  อย่างมากมาย จนเกินพอดีหรือผิดส่วน ไม่สมประกอบ จนทำให้โลกระส่ำระสายเป็นประจำวันอยู่แล้วทางชีวิตแห่งสมัยนี้โลดโผน โยกโคลง ขรุขระ ขึ้นๆ ลงๆ ยิ่งกว่า สมัยเก่าก่อน เกินกว่าที่จะ ดำเนินไปได้ง่ายๆ โดยการใช้วิธีการ ที่ง่ายๆ สั้นๆ เหมือนที่แล้วมา 
     นับว่าเป็นโชคดีของพุทธบริษัท ที่เรามีพระพุทธศาสนาอันแสนประเสริฐ ของเรา ซึ่งอาจจะอำนวยสิ่งต่างๆ อันเป็น องค์คุณ ๘ ประการนั้น ให้แก่เรา ได้อย่างครบถ้วน พุทธศาสนาของเรามีเหลี่ยมพรายอันสมบูรณ์ แล้วแต่เราจะเพ่งดูกันในเหลี่ยมไหน ก็มีให้ดู เป็นให้ได้ ครบทุกอย่าง ทุกเหลี่ยมพุทธศาสนา ในฐานะที่ เป็นทั้งศาสนา เป็นทั้งปรัชญา เป็นวิทยาศาสตร์ เป็นศิลปะแห่งการครองชีวิต เป็นภูมิธรรม ที่พึงประสงค์ ของมนุษยชาติ เป็นความรู้ที่ครบถ้วน เป็นสติปัญญา ที่คล่องแคล่ว และเป็นอนามัย ทั้งทางกาย และทางจิต เหล่านี้แต่ละเหลี่ยมๆ นั้น เอง นับเป็น องค์คุณ ครบทั้ง ๘ ประการ 
     ที่รวมกันเข้าเป็นตัวทาง และเป็นการเดินทาง พร้อมกันไปในตัว ดังที่กล่าวแล้วข้าพเจ้าขอชักชวน เพื่อนร่วม การเกิดแก่เจ็บตาย ทั้งหลาย ให้สนใจ ในทางอันเอกอันเป็นทาง ดิ่งไปสู่ความสิ้นทุกข์ ของบุคคลผู้เดียว แต่ละคนๆ ทางนี้ ข้าพเจ้า ขอชักชวน ให้พร้อมใจกัน ต่อสู้ โดยทุกวิถีทาง 
      เพื่อให้ทางๆ นี้ยังคงเปิดเผยปรากฏอยู่ เป็นทางเดินของสัตว์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอชักชวน มิตรสหายทั้งหลาย ให้สละแม้กระทั่งชีวิตเพื่อป้องกันหนทาง อันนี้เอาไว้ ให้ยังคงอยู่เป็นทางรอดของตน และของเพื่อนสัตว์ ทั้งหลาย ตลอดกาล อันไม่มีที่สิ้นสุด ในนามแห่งพระพุทธองค์ ผู้ทรงประกาศความจริงสากลแก่มนุษย์ชาติทั้งมวล.

กิ่งธรรมจาก http://www.buddhadasa.com

Monday, April 21, 2014

จุดแท้จริงของความเป็นคน !

จุดแท้จริงของความเป็นคน

 โดยพุทธทาสภิกขุ

 

        ข้าพเจ้าเคยพบคนหลายคนที่มีความรู้สึกภายในใจรุนแรง จนแสดงออกมาทางกายวาจาว่า ท่านแน่ใจเป็นที่สุดแล้วว่า ท่านเป็นคนเต็มเปี่ยมตามคำแปล หรือ ความหมายของคำว่า คน. ท่านหยิ่งตัวเอง เพราะเหตุนี้ และเห็นว่า เรื่องที่พวกเพื่อนๆ นำมาคุยมาเล่า ให้ฟังนั้นยังต่ำเกินไป ไม่ถึงขีดของความเป็นคน หรือเป็นเรื่องลัทธิครึ เก่าเกินสมัยเรื่องใด เรื่องหนึ่งเท่านั้น
        ทีนี้ ข้าพเจ้า ตั้งอกตั้งใจ พิจารณาดู จุดแท้แห่งความเป็นคน ของท่าน เหล่านั้นว่า คืออะไรกันแน่ ในที่สุด พบว่า จุดแห่งความเป็นคน ของท่านเหล่านี้ ตามที่ท่านเข้าใจ ก็คือ การที่ ท่านสามารถหารายได้มากๆ ทำงานเบา มียศศักดิ์สูงๆ และสามารถหาความเพลิดเพลินทุกประการ มาให้แก่ตนได้ ตามวิธีหรือลักษณะที่นิยมกันว่า เป็นการกระทำของคนชั้นสูง หรือ จะสรุปให้สั้นที่สุด ความเป็นคนของท่าน ก็คือ ความมีเกียรติอันสูงสุด นั่นเอง เมื่อเป็นเช่นนี้ เข็มอันชี้จุดแห่งความเป็นคนของท่าน ก็ได้ชี้บ่งไปยัง การได้ทำงานชนิดมีเกียรติมาก มีผลมากนั่นเอง และทำด้วยตัณหา คือ ความอยาก เป็นนั่น เป็นนี่.      ความเห็นอย่างแจ่มแจ้ง ได้ขยายตัว ออกไป ตามแนวนั้น อีกว่า คน คือ สัตว์ชนิดหนึ่งซึ่งเห็นแก่ตัวจัด เป็นทาสแห่งความทะเยอทะยานของตัวยิ่งกว่าสัตว์อื่นๆ ทุกชนิด และ คน คงมิใช่ สัตว์ที่เกิดมาเพื่ออิสรภาพ และความสุขอันสงบ เพราะถ้าเกิดมาเพื่อความสุขสงบ ก็คงไม่ยอมตน เป็นทาสของความเห็นแก่ตัว ที่บังคับให้ทำให้คิดเพื่อตัวทุกๆ ชั่วโมง แม้เวลาหลับก็ยังฝัน แม้บนเตียง ที่นอนเจ็บ ก็ยังครุ่นคิด เพื่อการหาสิ่งบำเรอตัว สัตว์ที่ไม่ใช่คน ย่อมได้รับการพักผ่อน หรือ ความสงบ ยิ่งกว่า สัตว์ที่เรียกว่า คน ประเภทนี้ มากนัก
       อีกอย่างหนึ่ง คนคือสัตว์ชนิดหนึ่ง ซึ่ง ขยาย "พวงอัตตา" หรือ "พวงตัว" ออกเรื่อยๆ โดยไม่มีเวลาสิ้นสุด และการขยายนั้น ก็เพื่อตนจะได้แบกไว้เอง เท่านั้น ครั้งแรก มีอัตตาหรือ ตัวเพียงตัวเดียว พอ "ความเป็นคน" มากขึ้น ก็มี ภรรยา สามี ลูกหลาน ข้าทาสบริวาร หรือ อันเตวาสิก สัทธิวิหาริก พอกขึ้นเป็นพวง เมื่อสิ่งที่เรียกว่า "บุญบารมี" มากขึ้น บริวารเหล่านั้น ต่างก็มี การขยายพวงของตัว ออกไปๆ และพวงน้อยๆ เหล่านั้น รวมกันเป็น พวงใหญ่ พวงเดียว อีกต่อหนึ่ง โดยมี อัตตา ตัวแรกนั่นเอง อ้าออกรับ เป็นเจ้าของพวง ผู้มีเกียรติ หยิ่งตัวเอง เสมอว่า การที่สามารถ หิ้วพวงใหญ่ๆ เช่นนั้น ไว้ได้นั้น เป็น "เกียรติอันสูงสุด" นี่เป็น จุดหมายของความเป็นคน ปริยายหนึ่ง ซึ่งน่าจะสรุปได้สั้นๆ ว่า เกียรติของความเป็นคนก็คือ การเกิดมา เพื่อแบกพวงอัตตา พวงใหญ่ๆ นั่นเอง กระมัง       อีกปริยายหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างจะเด่นอยู่มาก ก็คือว่า คนได้แก่สัตว์ชนิดหนึ่งซึ่งเอาเปรียบผู้อื่นเป็น และรู้สึกว่า ผู้อื่นเอาเปรียบตนก็เป็น. ความรู้สึกเช่นนี้ เป็นความรู้สึกที่หาได้ยากในสัตว์ จำพวกนกหนู เมื่อ "ความเป็นคน" ยังน้อยอยู่ ก็ไม่ค่อยรู้สึกว่าใครเอาเปรียบตน หรือ ลูบคมตน เมื่อความเป็นคนชนิดที่กล่าวนั้น มีมากขึ้น เรื่องนิดเดียว และ ชนิดเดียวกันนั่นเอง กลับเห็นเป็นเรื่องที่ ผู้อื่นลูบคมตน เอาเปรียบตน ไม่เคารพตน ผู้เป็นหัวหน้าหมู่ อย่างใหญ่หลวง และมักหาเรื่อง ลงโทษ ลูกหมู่ หรือ ลูกพวง เป็นการประดับเกียรติของตน ถ้าจะกล่าว อีกอย่างหนึ่ง ก็ได้ว่า คน คือ สัตว์ที่รู้จักผูกโกรธ หรือแก้แค้นเพื่อนฝูงด้วยกัน ในกรณีที่สัตว์ซึ่งต่ำกว่าคนทำเช่นนั้นไม่เป็น จุดหมายของความเป็นคนตามนัยนี้ น่าจะได้แก่ การไม่ยอมให้ใครมาลูบคม เล่นได้นั่นเอง
        เมื่อข้าพเจ้า ได้สังเกต ลักษณะแห่งความเป็นคนของบรรดาท่าน ซึ่งท่านแน่ใจตัวเองว่า ถึงขีดสุด ของความเป็นคน จนพบว่า ท่านหมายถึงอะไร โดยนัย ที่กล่าวมาแล้ว ก็ยังไม่แน่ว่า ข้าพเจ้าเข้าใจ ท่านเหล่านั้น ได้ถูกต้องทำให้ต้องซักซ้อมดูอีกเป็นหลายครั้ง แต่ในที่สุด ก็ไม่พบอะไร มากไปกว่านั้น จึงยุติว่า ความเป็นคน ตามความหมายธรรมดา เท่าที่มีที่เป็นกันอยู่ในจิตใจมนุษย์เรานั้น ไปได้ไกล เพียงแค่นั้นเอง แต่อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้ายังไม่พอใจว่า ความเป็นคน มีเพียงเท่านั้นเอง น่าจะมี เป็นอย่างอื่น.
       ทีนี้ เราจงชวนกัน มามองไปยัง บุคคลประเภท ที่ไม่มีอัตตา เห็นตนเอง และผู้อื่น เป็นเช่นกับ พืชพรรณ ธัญญชาติ ซึ่งต่างก็เกิดขึ้นแล้ว เจริญงอกงาม และดับไปในที่สุด ตามเรื่องของตนๆ พวงอัตตา ของคนประเภทนี้ ก่อขึ้นไม่ติดครั้นหนักเข้า ตัวเองก็ไม่มี คน หรือ สัตว์ก็ไม่มี ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ถือพวกถือพวงไม่รู้สึกว่า ได้เกียรติหรือเสียเกียรติ ทำงานเพียงเพื่อความตั้งอยู่ได้ของร่างกายนี้ เพียงเพื่อต้านทาน ธรรมชาติ ใช้หนี้ธรรมชาติ ตามที่ปัญญา บ่งให้ทำเฉพาะในด้านกาย เช่น พ่อแม่เลี้ยงตนมา ก็เลี้ยงตอบแทน เมื่อยังไม่หลุด ก็ต้องเลี้ยง ลูกหลานของตนเอง ใช้หนี้ธรรมชาติอันนี้ ไม่รู้สึกว่ามีใคร เสียเปรียบได้เปรียบในโลกนี้ มีแต่สิ่งทั้งหลายที่หมุนไป ตามเหตุตามปัจจัย ยินดีที่จะให้อภัยกันเสมอ ถือหลักความจริง เป็นแนวแห่งการครองชีพ ไม่แสวง"บุญบารมี" มาเพื่อใช้ อำนวยการ สำเร็จความใคร่ ให้แก่ ความทะเยอทะยานอยากของตน ไม่อ้าออกรับ สิ่งทั้งหลาย มาเป็นของตน เหล่านี้ เมื่อเรามอง ซึ้งลงไปถึงหัวใจของเขา เรากลับพบว่า จุดแห่งความเป็นคนของเขานั้น ตรงกันข้าม จากของคนจำพวก ที่กล่าวมาแล้ว ข้างต้น ในที่สุด ข้าพเจ้า ก็กระทบกันกับ ปัญหาว่าถ้าเช่นนั้น พวกไหนเล่า เป็นคนที่แท้จริง ตามความหมาย ซึ่งอาจเป็นที่พอใจได้ด้วยกันทุกฝ่าย.

 กิ่งธรรมจาก  http://www.buddhadasa.com

คัดจาก หนังสือ ชุมนุมข้อคิดอิสระ พุทธทาสภิกขุ
พิมพ์ ครั้งที่ ๕ พ.ศ. ๒๕๓๘ โดย สำนักพิมพ์สุขภาพใจ

พลังแห่งสติ ภาวัน

 พลังแห่งสติ 
โดย ภาวัน

       ปีสุดท้ายของการเป็นนักศึกษา สุทธิศาสตร์ต้องไปฝึกงานด้านสังคมสงเคราะห์  เขาอยากไปทำงานกับองค์กรชาวบ้านในภาคอีสาน แต่อาจารย์ต้องการให้เขาไปเรียนรู้จากหน่วยงานราชการ  เขาพยายามชี้แจงอย่างไรอาจารย์ก็ไม่ยอม แต่สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่า งั้นไปฝึกงานสงเคราะห์ชาวเขาในภาคเหนือก็แล้วกัน
        แต่เมื่อเดินทางไปถึงเชียงใหม่ เขาจึงทราบว่าสถานฝึกงานที่อาจารย์ติดต่อให้เขา คือกรมประชาสงเคราะห์ ไม่ใช่เอ็นจีโออย่างที่ตกลงกัน  เขาโมโหมาก ขุ่นมัวกับเรื่องนี้ทั้งวัน ตกค่ำก็ยังไม่หายคับข้องใจ   วันรุ่งขึ้นอาจารย์ที่ปรึกษามาหาเขา  เขาจึงระบายความโกรธใส่อาจารย์ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย  แต่เขาไม่สนใจ อาจารย์พยายามอธิบายอย่างไรเขาก็ไม่ฟัง  มีช่วงหนึ่งอาจารย์ทักเขาว่า “สุทธิศาสตร์ คิ้วของเธอผูกเป็นโบว์เลยนะ”
       ได้ยินเท่านี้เขาก็ชะงัก คำพูดของอาจารย์ทำให้เขาเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความโกรธ  ทันทีที่เห็นความโกรธพลุ่งพล่านในใจ  ความโกรธก็หลุดหายไปทันที  เกิดความรู้สึกโปร่งเบา แตกต่างจากความรู้สึกเมื่อสักครู่อย่างชัดเจน  ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาประจักษ์ชัดถึงพลังแห่งสติว่าสามารถปลดเปลื้อง อารมณ์ไปจากใจได้อย่างน่าอัศจรรย์               
       แม้ความโกรธเผาลนจิตใจเป็นวันเป็นคืน แต่ผู้คนทั้งหลายหารู้ตัวไม่ เพราะใจนั้นพุ่งออกไปยังบุคคลหรือเหตุการณ์ที่ทำให้ตนไม่พอใจ  คิดแต่จะตอบโต้เขาด้วยคำพูดและการกระทำ  ในยามนั้นใจไม่ได้หันกลับมามองตนเลย  จึงไม่รู้ว่ากำลังถูกความโกรธครอบงำ  สุทธิศาสตร์ก็เช่นกัน หลงปล่อยให้ความโกรธเล่นงานข้ามวันข้ามคืนโดยไม่รู้ตัว  ต่อเมื่อถูกอาจารย์ทัก จึงค่อยรู้ว่าเผลอโกรธไปตั้งนาน          หากไม่รู้ตัว เขาคงระบายไม่หยุดและเป็นทุกข์อีกนาน
ความโกรธทำให้ลืมตัว และความลืมตัวทำให้โกรธหนักขึ้น  จนสามารถทำอะไรก็ได้อย่างที่ตนเองอาจนึกไม่ถึงด้วยซ้ำ  โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ฯ   เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน นอกจากจราจรหน้าโรงเรียนจะแน่นขนัดแล้ว ที่จอดรถในโรงเรียนยังหาได้ยากด้วย   มีผู้ปกครองคนหนึ่งเลี่ยงปัญหานี้ด้วยการแหกกฎ  ขับรถเข้าทางประตูออก  จึงไม่ต้องเสียเวลาจอดออที่ประตูเข้า แถมยังได้ที่จอดรถอย่างง่ายดาย
       บังเอิญนั่นเป็นที่จอดรถสุดท้ายที่เหลืออยู่  ผู้ปกครองอีกคน ซึ่งควรจะได้ที่จอดรถนั้นเพราะขับตามกฎของโรงเรียน ไม่พอใจที่ถูกแย่งที่จอดรถไปต่อหน้าต่อตา จึงลงจากรถไปต่อว่าเขา โดยหารู้ไม่ว่าชายผู้นั้นเป็นนายทหารยศพันเอก ฝ่ายหลังนั้นไม่เคยถูกต่อว่าเช่นนี้มาก่อน จึงโกรธมาก ถามกลับไปว่า “รู้ไหมว่าอั๊วเป็นใคร”  คำตอบที่ได้รับคือ “ผมไม่สนใจว่าคุณเป็นใคร แต่คุณทำผิดกฎของโรงเรียน ทำอย่างนี้ไม่ถูก”  พูดเสร็จ เขาก็เดินกลับไปที่รถของตน
นายทหารผู้นั้นโกรธจัด คว้าปืนจากรถแล้วเดินตามผู้ปกครองคนนั้นไป  หมายจะยิงให้หายแค้น  โดยอีกฝ่ายไม่รู้เลยว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับตน 
      เหตุการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของพนักงานขับรถคนหนึ่งของ โรงเรียน  เขาเห็นท่าไม่ดี จึงเข้าไประงับเหตุร้าย  แต่เขารู้ดีว่าหากทะเล่อทะล่าเข้าไป อาจกลายเป็นผู้เคราะห์ร้ายแทนก็ได้  สิ่งที่เขาทำก็คือ เดินไปหานายทหารผู้นั้น สัมผัสที่แขนแล้วพูดอย่างอ่อนน้อมว่า “ท่านครับ ท่านมารับลูกไม่ใช่หรือครับ”
      พอได้ยินคำว่า “ลูก” เขาก็ได้สติขึ้นมาทันที ความโกรธพลันหายไป ครั้นรู้สึกตัวขึ้นมาว่ากำลังจะทำอะไรลงไป เขาก็เปลี่ยนใจ หันกลับไปที่รถ เอาปืนไปเก็บ แล้วเดินไปรับลูก  จึงรอดพ้นจากการเป็นอาชญากรไปได้อย่างหวุดหวิด
      ความโกรธกับสติ เป็นคู่ตรงข้ามกัน  ถ้าไม่มีสติ ความโกรธก็รังควานจิตใจได้ง่าย แต่ถ้ามีสติเมื่อใด ความโกรธก็อยู่ไม่ได้  บุคคลในเรื่องทั้งสองได้สติก็เพราะมีคนช่วยทักช่วยเตือน  แต่คนเราไม่ได้โชคดีไปตลอด  หากไม่มีคนช่วยทักช่วยเตือน ทำอย่างไรความโกรธจะไม่ครอบงำจนเผลอทำสิ่งที่ต้องเสียใจในภายหลัง  คำตอบก็คือ ต้องพัฒนาสติของตัวเองให้ทำงานได้ทันท่วงที
      ด้วยเหตุนี้เองเมื่อสุทธิศาสตร์เรียนจบ เขาจึงตัดสินใจออกบวชเพื่อฝึกสติให้เจริญงอกงาม   เขาได้พบกับความสงบเย็น อารมณ์ไม่ผันผวนขึ้นลงเหมือนก่อน ผ่านไปสิบปีแล้วเขาก็ยังมีความสุขอยู่ในผ้าเหลือง  
      แต่เราไม่จำเป็นต้องบวชก็ได้  เพียงแค่หมั่นดูใจของตนอยู่เสมอ ทำอะไรใจก็อยู่กับสิ่งนั้น   ใจลอยไปไหน ก็รู้  แล้วกลับมาอยู่กับสิ่งนั้น  ทำบ่อย ๆ สติก็จะว่องไวปราดเปรียว ช่วยคุ้มกันใจ ไม่ให้อารมณ์ใด ๆ ครอบงำ  เพียงเท่านี้ ความสงบเย็น โปร่งโล่งเบาสบาย จะกลายเป็นเรื่องง่าย  แม้รอบตัววุ่นวายเพียงใดก็ตาม

กิ่งธรรมจาก http://www.visalo.org

Thursday, April 17, 2014

เพาะธรรมกันเถอะ


                                              เพาะธรรม กันเถอะ

       นับแต่ได้เก็บรวบรวมเมล็ดธรรม ตามที่ต่างๆ เพื่อนำมาแจกจ่ายให้ท่านได้เพาะต่อ เพื่อให้เจริญงอกงามและขยายต่อไปเรื่อยๆ นั้น
       ผลปรากฎว่ามีผู้สนใจมารับเมล็ดธรรมไปเพาะกันเป็นจำนวนมาก เกือบทั่วประเทศไทยไม่เว้นแม้แต่ประเทศนอกก็ยังมีผู้มารับเช่นเดียวกัน เรียกว่ามากันเกือบทั้งโลก
        กราบขอบพระคุณกิ่งธรรมทุกท่าน ที่ได้เพาะเมล็ดธรรมอันงดงาม มาให้เรานำไปเพาะกัน จะเป็นการดีอย่างยิ่ง เมื่อเพาะแล้วนำไปแบ่งกัน หรือแนะนำต่อๆกัน 
เพราะเราเชื่อว่า การให้ธรรมเป็นทานย่อมชนะการให้ทั้งปวง 
        ขอบคุณผู้รับเมล็ดธรรมทุกท่าน
Thailand (TH)7,130
 Krung Thep3,847
 Chiang Mai240
 Nonthaburi237
 Khon Kaen154
 Yala136
 Songkhla123
 Chon Buri113
 Phitsanulok92
 Mukdahan70
 Pathum Thani60
 Phra Nakhon Si Ayutthaya56
 Chiang Rai54
 Lampang53
 Phuket52
 Udon Thani49
 Chachoengsao42
 Ratchaburi42
 Buriram40
 Rayong39
 Nakhon Ratchasima29
 Trang29
 Kanchanaburi26
 Surin25
 Phetchabun25
 Lamphun21
 Ubon Ratchathani19
 Chanthaburi17
 Chaiyaphum16
 Samut Prakan14
 Phatthalung14
 Phayao14
 Phetchaburi13
 Phrae13
 Yasothon13
 Uttaradit12
 Tak12
 Narathiwat12
 Nan12
 Sukhothai12
 Nakhon Sawan11
 Surat Thani11
 Pattani11
 Loei11
 Nakhon Pathom10
 Krabi9
 Lop Buri9
 Kalasin8
 Sisaket8
 Suphan Buri8
 Nakhon Phanom7
 Phichit7
 Ranong6
 Satun6
 Nong Bua Lamphu5
 Chumphon5
 Phangnga5
 Amnat Charoen4
 Prachuap Khiri Khan4
 Trat3
 Sing Buri3
 Nakhon Si Thammarat3
 Sa Kaeo2
 Mae Hong Son2
 Roi Et2
 Sakon Nakhon2
 Maha Sarakham1
 Samut Songkhram1
 Samut Sakhon1
 Prachin Buri1
 N/A1,117
United States (US)1,393
China (CN)390
Belgium (BE)259
Taiwan (TW)100
Germany (DE)39
Lao People's Democratic Republic (LA)18
United Kingdom (GB)15
Netherlands (NL)14
Japan (JP)11

Asia/Pacific Region (AP)10
Ukraine (UA)8
Singapore (SG)8
Korea, Republic of (KR)7
Sweden (SE)7
Philippines (PH)7
Australia (AU)6
Norway (NO)5
Canada (CA)5
France (FR)4
Ireland (IE)4
Switzerland (CH)4
India (IN)4
Italy (IT)3
Qatar (QA)3
Denmark (DK)3
Sri Lanka (LK)3
Argentina (AR)3
Hong Kong (HK)3
Indonesia (ID)3
Finland (FI)2
Vietnam (VN)2
Russian Federation (RU)2
Cambodia (KH)2
Malaysia (MY)2
Kuwait (KW)1
South Africa (ZA)1
New Zealand (NZ)1
Bahrain (BH)1
Spain (ES)1
Czech Republic (CZ)1
Poland (PL)1
  แหล่งข้อมูล http://www3.clustrmaps.com/counter/maps.php?url=http://pohdhamma.blogspot.com/