ทุกศาสนามีความมุ่งหมายตรงกัน
ทีนี้ก็จะดูต่อไปว่าจะทำการแก้ไข ทำความเข้าใจได้อย่างไรบ้าง ?
จะต้องมองให้เห็นความจริงอันหนึ่งว่า ทุกศาสนามี ความมุ่งหมายตรงกัน;
ทุกศาสนามีความมุ่งหมายให้เกิดสันติสุขแก่บุคคล, ให้เกิดสันติภาพแก่สังคม,
มุ่งหมายอย่างนี้ด้วยกันทุกศาสนา ไม่มีใครมุ่งหมายดอก
ความจำเป็นนั่นแหละมันบังคับ ให้เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมแก่มหาชนในถิ่นนั้น ๆ
จนให้เขาได้รับความพอใจในความสุขส่วนตัวและความสงบของสังคม.
แต่ถ้ามองดูในส่วนลึก ส่วนลึกขึ้นไปอีก
มันก็จะพบว่าทุกศาสนานั้นมุ่งหมายที่จะควบคุมสัญชาตญาณแห่งความมีตัวตน.
ในการบรรยายครั้งที่ ๑ ที่แล้วมา
ก็ได้กล่าวอย่างชัดแจ้งถึงเรื่องนี้ ว่าคนเรามันมีสัญชาตญาณกลาง ๆ
ที่พร้อมที่จะเปลี่ยนไปเป็นกิเลสฝ่ายต่ำ,
และที่จะเปลี่ยนไปเป็นโพธิในฝ่ายสูง.
เรามีระบบศาสนาเป็นเครื่องควบคุมสัญชาตญาณให้เป็นไปแต่ในทางสูง,
ควบคุมสัญชาตญาณแห่งความมีตนนั่นแหละ ให้เกิดความมีตนเป็นไปในทางสูง ๆ
สูงขึ้นไป จนหมดตัวตน จะแก้ปัญหาได้ถึงที่สุด.
คำสอนของทุกศาสนา มุ่งหมายตรงไปที่การทำลายความเห็นแก่ตน,
มันเป็นอันตรายร้ายกาจที่สุดของมนุษย์,
ทำให้เกิดปัญหาแก่สังคมและบุคคลอย่างยิ่ง.
ทุกศาสนาจึงมุ่งหมายที่จะประสานสังคม จนกล่าวได้ว่า
ทุกศาสนามีหัวใจเป็นสังคมนิยม.
แต่เดี๋ยวนี้คนเขาก็เกลียดคำว่าสังคมนิยมกันอยู่มาก
คือฝ่ายที่เห็นว่าสังคมนิยมเป็นเรื่องของคอมมิวนิสต์,
ที่จริงสังคมนิยมของคอมมิวนิสต์
มันไม่ใช่สังคมนิยมที่ถูกต้องหรือสังคมนิยมของทั้งหมดของทุกคน
มันเป็นสังคมนิยมของชนพวกกรรมาชีพ ของพวกชนกรรมาชีพหรือกรรมกรเท่านั้น,
มันไม่อาจจะรวบเอาพวกที่แปลกแตกต่างออกไปจากนั้น. ศาสนามุ่งหมายจะให้รักกัน
จะให้สัมพันธ์กันได้ ในหมู่ชนที่ต่างกัน;
เราจะต้องเพิ่มเติมลักษณะเฉพาะเข้าไป
อีกอย่างหนึ่งว่าเป็นสังคมนิยมที่ประกอบไปด้วยธรรม.
สังคมคือทุกคนทุกชีวิตในจักรวาลนี้ เรียกว่าสังคม
ถ้ามีประโยชน์แก่สังคมอย่างนี้ได้ มันก็วิเศษละ
มันจะได้อยู่เป็นผาสุกกันทั่วทั้งจักรวาล; แต่เขายืมเอาคำว่า
สังคมนิยมไปใช้สำหรับพวกคอมมิวนิสต์ หรือฝ่ายซ้ายเสียแล้ว
เราก็จะต้องเพิ่มเติมลักษณะเฉพาะขึ้นมา ว่าต้องเป็นธัมมิกสังคมนิยม
คือสังคมนิยมที่ประกอบไปด้วยธรรมะ คือความถูกต้อง.
ความถูกต้องคือไม่เกิดโทษอันตรายแก่ฝ่ายใด
แต่เกิดประโยชน์สุขแก่ทุกฝ่าย; ถ้าเรารักกันได้หรือไม่เห็นแก่ตน
มันก็เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย คือว่า พวกคนจนก็รักคนมั่งมีได้,
คนมั่งมีก็รักคนจนได้, นายทุนก็รักกรรมกรได้, กรรมกรก็รักนายทุนได้,
เศรษฐีรักขอทาน, ขอทานรักเศรษฐี, กระทั่งว่าแมวรักหนูได้ หนูรักแมวได้,
ต้องถึงขนาดนั้น. เป็นเจตนารมณ์ของธัมมิกสังคมนิยม
ซึ่งอาตมาก็ได้พยายามเปิดเผยความคิดข้อนี้ ก็ได้รับความสนใจจากหลายทิศทาง
กำลังเอาไปวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในที่ต่าง ๆ โดยหวังว่าจะเกิดสังคมนิยมใหม่
ชื่อว่าธัมมิกสังคมนิยม มุ่งหมายให้ทุกคนลดความมี ตัวตน หรือไม่เห็นแก่ตน
จนรักผู้อื่นได้ รักสิ่งที่มีชีวิตได้,
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไปถึงความสุขของมนุษย์ทุกคน ของสัตว์เดรัจฉานทุกตัว
ของต้นไม้ทุกต้น,
ถ้ามันมีวิญญาณแห่งสังคมนิยมโดยแท้จริงแล้วมันก็จะเกิดผลอย่างนี้ขึ้นมา.
นี่ ขอให้มุ่งหมายให้เป็นข้อแรกว่า
ทุกศาสนามีวิญญาณแห่งสังคมนิยม;
แต่เพื่อให้เป็นคำที่ใช้ได้แน่นอนชัดเจนยิ่งขึ้น
ต่างหากจากคำว่าสังคมนิยมที่มีความหมายเสียไปหมดแล้วนั่น นับเป็นคำใหม่ว่า
ธัมมิกสังคม. ขอให้ถือเป็นหลักว่า
ทุกศาสนาเลยมีหัวใจหรือวิญญาณเป็นธัมมิกสังคมนิยม
ขอให้พิจารณาดูให้ดีที่สุด ในความจริงข้อนี้.
*******
กิ่งธรรมจาก http://www.buddhadasa.org
เพาะธรรม ให้เกิดในใจ พากายสุข

No comments:
Post a Comment