เพาะธรรม สร้างใจ...
โดย พุทธทาสภิกขุ
โลกต้องมีหลายศาสนา นี้เป็นสภาพความจริงอันแรกที่ต้องยอมรับ
ว่าโลกนี้ต้องมีหลายศาสนา มันจำเป็นที่สุด; เพราะว่าคนในโลกไม่เหมือนกัน
มันจัดเป็นพวก ๆ เป็นยุคเป็นสมัย, แล้วก็มีภูมิหลังแห่งวัฒนธรรมต่างกัน ๆ
ฝังแน่นอยู่ในจิตใจเปลี่ยนไม่ได้,
เขาก็เหมาะที่จะถือศาสนาที่เหมาะสมกับภูมิหลังแห่งวัฒนธรรมของตน ๆ
โดยภูมิศาสตร์. ในโลกนี้ก็ ต้องแบ่งศาสนาให้เหมาะสมกับมนุษย์
ตามถิ่นโดยภูมิศาสตร์และยังจะต้องคำนึงถึงขนบธรรมเนียมประเพณี ที่มันมีอยู่
อย่างแน่นแฟ้น ซึ่งจะต้องปรับปรุง.
เช่นว่า ศาสนาพุทธนี่แหละ
ครั้นเข้าไปถึงธิเบตเข้าไปถึงจีนเป็นต้น ก็เปลี่ยนมีอะไรเปลี่ยน
มีอะไรผสมบวกเข้าไปจนต้องเรียกกันว่า พุทธศาสนาในประเทศไทย,
พุทธศาสนาในประเทศพม่า พุทธศาสนาในประเทศลังกา, ซึ่งฟังดูแล้วว่ามันต่างกัน
แล้วมันก็เป็นความจริงอย่างนั้น.
เพราะพุทธศาสนาต้องถูกบวกเข้าด้วยภูมิหลังของวัฒนธรรม หรืออะไรต่าง ๆ
ที่มันฝังแน่นอยู่ ในประชาชนเหล่านั้น. เราจึงมีศาสนาอย่างไทย อย่างพม่า
อย่างลังกา อย่างธิเบต อย่างจีน อย่างอะไรต่าง ๆ จนพวกฝรั่งงงไปหมดแหละ
ไม่รู้ว่าพุทธศาสนาในประเทศไหนจะเป็นของเดิมแท้. นี้มันก็เป็นธรรมดา
ที่ว่ามันจะต้องมีอะไรเจือปนเข้าไปในศาสนาซึ่งมีหัวใจมุ่งหมายจะกำจัดความ
เห็นแก่ตนของคนทุกคน.
ในโลกนี้ก็มีหลักเกณฑ์ที่ยอมให้มีได้หลายศาสนาเพราะว่าต่อสู้
กับธรรมชาติไม่ไหว, ธรรมชาติบังคับให้มีหลายศาสนา
เพราะความต่างกันของภูมิศาสตร์ ของขนบธรรมเนียมประเพณี ของวัฒนธรรมต่าง ๆ
ดังที่กล่าวมาแล้ว; แม้ในประเทศเดียวก็ยังต้องมีหลายศาสนา,
และรัฐธรรมนูญของแต่ละประเทศ
ก็ยินยอมหรือถึงกับส่งเสริมความมีศาสนาได้หลายศาสนา,
ยิ่งกว่านั้นในครอบครัวเดียว บางทีก็ต้องมีหลายศาสนา
สามีกับภรรยาถือกันคนละศาสนา, มันก็เป็นสิ่งที่มีหรือจำเป็นจะต้องมี
จะต้องแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ได้.
เราจะต้องนึกถึงนิสัยใจคอ ของคนแต่ละพวก รสนิยม วัฒนธรรม ยุค
สมัย ถิ่นประเทศ สิ่งแวดล้อม และสถานการณ์บางอย่างหรือหลายอย่างมันบังคับ;
เมื่อต้องมีได้หลายศาสนาหรืออยู่ร่วมกันโดยมีศาสนาต่างกัน
ก็ต้องมีวิถีทางที่จะแก้ไขปัญหาหรือเหตุการณ์ร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น,
ด้วยเหตุนี้แหละจึงต้องมีเรื่องการทำความเข้าใจระหว่างศาสนา,
และจะต้องทำความเข้าใจกันอย่างยิ่ง
ขอใช้คำค่อนข้างโสกโดกว่าสุดเหวี่ยงสุดเหวี่ยง,
จะต้องทำอย่างสุดเหวี่ยงในการทำความเข้าใจระหว่างศาสนา
เพื่อจะแก้ปัญหาอันจะเกิดขึ้น.
*******
กิ่งธรรมจาก http://www.buddhadasa.org

No comments:
Post a Comment